ย่านจรัญสนิทวงศ์คืออีกหนึ่งจุดวิกฤติในช่วงน้ำท่วมครั้งประวัติศาสตร์ "วัดป่าเชิงเลน" สถานที่ปฏิบัติธรรมเก่าแก่กว่าสี่ชั่วอายุคน คือหนึ่งในพื้นที่ประสบภัยถูกน้ำท่วมสูงเต็มร้อยเปอร์เซ็นต์ และเวียร์ - ศุกลวัฒน์ คณารศ คือหนึ่งในจิตอาสา ช่วยฟื้นฟูให้วัดป่ากลางกรุงกลับมาเป็น สถานที่ปฏิบัติธรรมอันสงบร่มรื่นอีกครั้ง

ความชุลมุนของผู้คนและรถราขวักไขว่บริเวณหน้าปากซอยจรัญสนิทวงศ์ 37 ทำให้ทีมงาน สุดสัปดาห์ ต้องถามย้ำกันเองกันเป็นระยะๆ ว่า มีวัดป่าสงบเงียบตามที่เห็นภาพจากในอินเทอร์เน็ตจริงๆ หรือ และเมื่อขับไปถึงท้ายซอย บรรยากาศช่างต่างกับความชุลมุนเมื่อครู่อย่างสุดขั้ว พวกเรา ต้องจอดรถที่กลางสวนมะพร้าว แล้วเดินเท้าไปตามถนนเล็กๆ เลียบคลองชักพระ ลัดเลาะขึ้นสะพานไม้กระดานไปอีกเกือบหนึ่งกิโลเมตร จึงถึงวัดป่าชายเลนอันแสนร่มครึ้มและเงียบสงบ

พระอาจารย์ภัลลภ อภิิปาโล เจ้าอาวาสวัดป่าเชิงเลนเล่าว่า ที่นี่เคยเป็นวัดร้าง จากการตรวจสอบอิฐและวิธีการก่อสร้างพบว่า เป็นลักษณะการสร้างวัดในสมัยอยุธยา จึงเชื่อว่ามีอายุไม่ต่ำกว่าสองร้อยปี แต่เนื่องจากตั้งอยู่ริมคลองซึ่งเป็นที่ลุ่มมาก ดินภายใต้ที่ตั้งวัดก็เป็นเลนที่อ่อนตัวง่าย ในฤดูน้ำหลากจะมีน้ำท่วมขังอยู่เป็นเวลานาน เป็นเหตุให้บริเวณวัดทรุดตัวลงอย่างรวดเร็วจนสิ่งปลูกสร้างต่างๆ หักพังทลายลงในที่สุด แม้ต่อมาจะพยายามบูรณะฟื้นฟูหลายครั้ง แต่ในเวลาไม่นาน สิ่งปลูกสร้างก็หักพังทลายลงอีก ในที่สุดก็หมดกำลังที่จะบูรณะ จำต้องปล่อยทิ้งให้รกร้างมาเป็นร้อยปี

ต่อมาในเดือนมีนาคม 2532 พระธุดงค์ได้พบวัดนี้โดยบังเอิญในสภาพที่มีแต่ซากโบสถ์ พระพุทธรูปเศียรขาด 3 องค์อยู่ในพงป่าอ้อรกร้าง อีกทั้งยังพบใบเสมาที่ทำด้วยหินแกรนิตและหลุมฝังลูกนิมิตรอบโบสถ์ จากความรู้สึกก็สลดหดหู่ใจ ไม่นึกว่าใจกลางเมืองหลวงของประเทศไทยมีศาสนาพุทธ เป็นศาสนาประจำชาติจะมีสิ่งปลูกสร้างอันเป็นตัวแทนที่ระลึกถึงพระพุทธศาสนาถูกทอดทิ้ง โดยปราศจากการดูแลถึงขนาดนี้ กลายเป็นความมุ่งมั่นตั้งใจอย่างแรงกล้าที่จะดำเนินการบูรณะซากปรักหักพังของวัดนี้ให้คืนสภาพเป็นวัดให้สำเร็จ และเมื่อได้นำไปปรึกษากับหลายฝ่าย จึงเห็นดีตรงกันและพร้อมสนับสนุนอย่างเต็มที่ โดยได้กำหนดหลักการบูรณะวัดไว้ 3 ประการ คือ จะก่อสร้างเฉพาะที่จำเป็น เช่น โบสถ์ หอฉัน กุฏิ โรงครัว ฯลฯ ปลูกต้นไม้ยืนต้น มากๆ และจะรักษาสภาพพื้นที่เดิมของวัดให้มากที่สุดเพื่อเป็นอนุสรณ์และคงความเก่าแก่ไว้ โดยปัจจัยและอุปกรณ์ในการบูรณะจะต้อง ได้มาจากการบอกเล่าถึงสภาพและความประสงค์ในการบูรณะแล้วแต่ญาติโยมจะมีจิตศรัทธา ไม่มีการเรี่ยไรใดๆ ทั้งสิ้น และ ประการสุดท้าย เมื่อบูรณะแล้วเสร็จ ก็จะยกเสนาสนะทั้งหมดถวายแก่พระสงฆ์ผู้ปฏิบัติดีประพฤติชอบเพื่อใช้วัดนี้เป็นสถานที่จำศีล ภาวนา เป็นที่ปฏิบัติธรรมของญาติโยมผู้ใฝ่ธรรม และให้ใช้เป็นที่เผยแผ่และทะนุบำรุงพระพุทธศาสนาสืบไป

การก่อสร้างแล้วเสร็จเมื่อเดือนมกราคม 2533 จนถึงปัจจุบัน "วัดป่าเชิงเลน" เป็นสถานที่ปฏิบัติธรรมสำหรับญาติโยมพุทธศาสนิกชนที่สงบร่มรื่นซึ่งมีเพียงไม่กี่แห่งในกรุงเทพฯ และเคยเกิดปัญหาน้ำท่วมใหญ่เมื่อปี 2538 มาแล้ว แต่ก็ไม่ได้เสียหายมากเท่ากับกรณีน้ำท่วมครั้งล่าสุด แต่ด้วยแรงจิตศรัทธา ขณะนี้สภาพโดยรวมกลับสู่ภาวะปกติแล้ว เหลือเพียงการซ่อมแซมและทำความสะอาดกุฏิที่ไม่มีพระจำพรรษา และการดูแลต้นไม้ที่จมน้ำอยู่นานนับเดือนเท่านั้น

วันอาทิตย์ที่ 18 ธันวาคม ที่ผ่านมา เวียร์นัดแฟนคลับ 20 คนร่วมแรงกายใจทำความสะอาด ปัด กวาด เช็ด ถู พร้อมนำเงินต้นทุนทำภารกิจ 50,000 บาทถวายท่านเจ้าอาวาสเพื่อนำไปจัดซื้อ เครื่องบำบัดน้ำเสียตัวเก่าที่ชำรุดจากเหตุน้ำท่วมอีก 1 เครื่อง

พระอาจารย์ภัลลภอนุโมทนาบุญพร้อมให้แง่คิดกับคนหล่อ แฟนคลับ และผู้อ่านสุดสัปดาห์ว่า

"อุทกภัยน้ำท่วมที่ผ่านมา สอนให้เราอยู่กับความจริงและมีสติ ซึ่งพิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า สุขทุกข์ไม่เคยอยู่กับเราตลอดไป แต่หลักธรรมที่มีอยู่ในใจจะพัฒนาเราเพิ่มขึ้นไปอีก ขอให้เราทุกคนมีศีล ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหน ถ้าเรามีศีล ที่นั่นก็จะมีความสุข นี่คือสัจธรรม"

สาธุ