
ปีทองของอนันดา กับสถานการ์ล่าสุด
นับเฉพาะปี พ.ศ.2551 “อนันดา เอเวอริ่งแฮม” มีผลงานภาพยนตร์ถึง 6 เรื่องให้คนไทยได้ชมกัน หลายคนบอกว่าเขาเป็นพระเอกสุดฮอตและโกอินเตอร์ไปแล้ว ล่าสุดกับบทบาท “ปารี” ในภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์ “ปืนใหญ่จอมสลัด” คงทำให้ใครๆ ยอมรับในฝีมือของเขามากขึ้นไปอีก
สุดสัปดาห์ถือโอกาสตอนหนังเรื่องใหม่กำลังลงโรง ดึงตัวเขามานั่งอัพเดทชีวิตกันหน่อย
ชีวิตหลังแผ่นฟิล์ม
นิสัยของผมเหมือน “ปารี” ในเรื่องปืนใหญ่จอมสลัดตรงที่รักทะเล ด้วยความที่โตมาในกองถ่าย ผมจะรู้สึกเหมือนอยู่ในครอบครัว แต่ถ้าให้ไปขึ้นเวทีหรือไปงานสังคมทำไม่ได้ เพราะผมเป็นโฟเบียเรื่องคน เวลาเจอสปอตไลท์จะรู้สึกอึดอัด
ปัญหาอีกเรื่องคือ ผมเป็นโรคนอนไม่หลับ บางครั้งตี 4 ตี 5 ร้องไห้โทรศัพท์ไปหาพ่อ บอกว่าผมเป็นอะไรไป คงเพราะจิตใจไม่ค่อยนิ่ง ฟุ้งซ่าน ตอนนี้เลยพยายามทำใจกับอาการนี้ และหันไปทำอย่างอื่นแทน เช่น วาดรูป อ่านหนังสือการ์ตูน ตอนนี้ผมกำลังบ้า Comic สามารถอ่านได้ทั้งวันทั้งคืน
ผมอ่อนไหวเป็นบางเวลา เช่น ตอนถ่ายหนังเรื่องแฮปปี้เบิร์ธเดย์ จะร้องไห้บ่อย เพราะเป็นหนังดราม่า เป็นผู้ชายคนหนึ่งที่พยายามสู้ให้ได้อยู่กับผู้หญิงที่รัก ผมอินกับตัวละครมาก แค่พี่อ๊อฟ (พงษ์พัฒน์ วชิระบรรจง) ผู้กำกับพูดถึงตัวละครให้ฟังนิดหน่อย ก็ร้องไห้แล้ว
บทบาทในภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์ “ปืนใหญ่จอมสลัด”
เรื่องนี้ผมแสดงเป็น “ปารี” เป็นตัวละครที่มี 2 คาแรคเตอร์ คือ ช่วงต้นเป็นชาวเลที่จิตใจใส บริสุทธิ์ แต่ตอนหลังหลงใหลวิชา “ดูหลำ” หลงอยู่ในด้านมืด เต็มด้วยความแค้น ความเกลียดชัง ทีนี้เนื้อเรื่องเกี่ยวกับเมืองลังกาสุกะ ซึ่งถูกกลุ่มโจรสลัดรุกราน ปารีซึ่งมีพลังดูหลำก็เลยเป็นผู้นำของชาวเลในการสู้รบกับโจรสลัด
ความยากของมันคือ ความเป็นภาพยนตร์พีเรียด ดังนั้นการเคลื่อนไหวหรือภาษาจึงต่างกับคนสมัยนี้มาก ผมต้องมีสมาธิ ต้องพูดให้ตรงสคริปต์ เพื่อให้เข้ากับคนอื่นๆ
ส่วนตัวผมชอบฉากของเรื่องนี้ มันอลังการมาก บางฉากไปสร้างเมืองในถ้ำจริงๆ เลย เวลาว่างๆ ผมก็จะเอากล้องไปถ่ายรูปในแต่ละโลเกชั่น เพราะตอนนี้กำลังบ้ากล้องถ่ายรูปอยู่ครับ
เรื่องเล่าในกองถ่าย
ความที่เล่นเป็นชาวเล จึงต้องแต่งตัวเขลอะๆ ใส่ผ้าเตี่ยว และรัดรั้งขึ้นไปที่ก้น มีการลงสีตามตัวให้เหมือนเป็นชาวป่าจริงๆ ทุกเช้าผมต้องตื่นมาแก้ผ้านอนบนเตียง เพื่อให้ทีมเมคอัพถูตัวและลงสีให้เป็นสีแทน และสีดำ โดนเฮนน่าบ่อยจนแพ้ ผิวพองขึ้นมาเป็นรอยสัก เหมือนผิวที่ถูกไฟไหม้ พอลงสี ลงรอยสักที่ตัวเสร็จ จากนั้นก็ต่อผม แต่งหน้า กว่าจะแต่งตัวเสร็จใช้เวลา 3 ชั่วโมง ตอนทาสีก็โป๊อยู่ทั้งวัน ตอนหลังเดินออกจากโรงแรมแทบไม่ใส่อะไรเลย (หัวเราะ)
ส่วนนางเอกของเรื่อง คือ แอนนา (แอนนา รีส) เขาเล่นเป็นเจ้าหญิงอูงู เขาหน้าตาเป็นฝรั่งกว่าผมอีก แต่ทำตัวอีสานมากกว่าผมอีกเหมือนกัน เขาทั้งพูดอีสาน จกส้มตำ และร้องเพลงลูกทุ่ง อยู่ใกล้แอนนาแล้วมีความสุขดี ขำด้วย เพราะเขาเป็นคนเปิ่นๆ
พระเอกโกอินเตอร์
ผมไม่ได้อยากเป็นพระเอกโกอินเตอร์ครับ ยังรักที่จะอยู่ตรงนี้ ในเวลาเดียวกันก็ไม่ได้ปิดกั้นถ้ามีบทดีๆ เข้ามา อย่างหนังเรื่องที่ผ่านมา “สะบายดี หลวงพะบาง” หนังร่วมทุนสร้างระหว่างไทยและลาว ผมเป็นทั้งนักแสดง และผู้อำนวยการสร้างด้วย รู้สึกดีมาก เพราะได้ผลตอบรับที่ดี คนจากสถานทูตโทรมาบอกว่า มีนักท่องเที่ยวจากประเทศไทยเข้าลาวเพิ่มขึ้น ทำให้รู้สึกว่าเราสามารถทำหนังที่ดีต่อสังคมได้เหมือนกัน
ที่ผ่านมามีคนทาบทามให้ผมเล่นหนังต่างประเทศหลายเรื่อง แต่ก็เจอสิบแปดมงกุฎเยอะเหมือนกัน เขามาบอกว่าอยากจะสร้างหนัง ผมก็ “ครับๆ” แต่พอถึงเวลาจริงจะมาขอยืมเงินผม เจอแบบนี้บ่อยมาก
ล่าสุดมีคนทำหนังเรื่องหนึ่งมาคุยด้วย เป็นเรื่องของเจ้าชายพม่าคนหนึ่งที่เรียนอยู่เมืองนอกแล้วแต่งงานกับชาวออสเตรเลีย โดยไม่เคยบอกแฟนเขาว่าเป็นเจ้าชาย ตอนหลังพอกลับมาอยู่พม่า ผู้หญิงถึงได้รู้ว่าเขาเป็นเจ้าชายพม่า จัดเป็นหนังการเมือง ที่คนพม่าไม่กล้าเล่น ดังนั้นทีมงานเลยมาคุยกับผมไว้ แต่ตอนนี้ยังไม่อยากเอ่ยชื่อเรื่องครับ เพราะเป็นโปรเจ็คท์ที่ยังไม่เสร็จเรียบร้อย
โปรเจ็คท์ใหม่ๆ
ผมอยากทำเว็บไซต์ที่แสดงผลงานของเด็กมหาวิทยาลัย เช่น Thesis, งานศิลปะอื่นๆ อยากให้เป็น Community ของคนทำงานศิลปะ ตอนนี้ยังไม่ได้คิดชื่อเว็บไซต์ แต่จะพยายามทำให้เสร็จภายในสิ้นปีนี้ครับ
ความรัก
ความสัมพันธ์ของผมกับจี๊ด (แสงทอง เกตุอู่ทอง) ตอนนี้ปกติดีครับ ผมประทับใจจี๊ดตรงที่เขารู้สึกอย่างไร ก็แสดงอย่างนั้น หายากมากในวงการนี้ คุยกับเขาแล้วรู้สึกสบายใจ
กิจกรรมที่เราทำด้วยกันบ่อยๆ คือ ถ่ายรูป จี๊ดเอาผลงานไปจัดแสดงงานบ่อยๆ ส่วนผมจะเป็นแนวคุณครู ชอบบอกเขาว่า “ทำไมไม่ทำอย่างนั้นล่ะ” (หัวเราะ) เราจะชอบเรียกกันว่า “บาบู” เป็นเสียงที่ไม่มีความหมายหรอกครับ เพราะคนอยู่ด้วยกัน มันจะมีภาษาของเขาเอง อาจจะเป็นแค่เสียงที่ลิงเรียกกันก็ได้ (หัวเราะ) จี๊ดเขาเหมือนลิงขี้อ้อน
ผมคิดว่าสิ่งพิเศษที่สุดของคำว่า “รัก” คือ การที่เราเลือกที่จะอยู่กับคนนี้ และเขาก็เลือกที่จะอยู่กับเราด้วย แค่นั้นมันก็ดีเกินพอแล้วล่ะครับ
ผลงานภาพยนตร์
อันดากับฟ้าใส (2540)
303 กลัว กล้า อาฆาต (2541)
คนสั่งผี (2546)
ซัตเตอร์ กดติดวิญญาณ (2547)
Twelve Twenty (หนังสั้น-2549)
Me…Myself ขอให้รักจงเจริญ (2550)
พลอย (2550)
โรงงานอารมณ์ Pleasure Factory (2550)
ดึกแล้วคุณขา (2550)
เมมโมรี่...รักหลอน (2551)
โล่งต่อวิญญาณ The Coffin (2551)
ปืนใหญ่จอมสลัด (2551)
แฮปปี้เบิร์ธเดย์ (2551)
ผลงานโกอินเตอร์
The Leap Years หยุดหัวใจไว้รอเธอ (ภาพยนตร์สิงคโปร, 2551)
สะบายดี หลวงพะบาง (ภาพยนตร์ร่วมทุนสร้างระหว่างประเทศไทยและประเทศลาว, 2551)