SudSapDa Icon
Moderndog

เวลา 15 ปีมีค่ากับคุณแค่ไหน…
     มันเป็นเวลานานพอที่จะทำให้เด็กคนหนึ่งเติบโตขึ้นเป็นหนุ่มเป็นสาว เป็นเวลาที่คนคนหนึ่งสามารถสร้างผลงานเพื่อก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งใหญ่ เป็นระยะเวลาที่ช่วยพิสูจน์ได้ว่าตกลงใครดี ใครชั่ว ใครใช่ ใครไม่ใช่ โลกร้อนขึ้นกี่องศา น้ำมันขึ้นจากเดิมกี่บาท เรารวยช้าหรือรวยเร็ว เราก้าวเร็วหรือก้าวช้ากว่าคนอื่น ฯลฯ

เวลา 15 ปีของวงดนตรีที่ชื่อ Moderndog
     หรือแปลเป็นไทยว่า “หมาทันสมัย” นอกจากจะทำให้คนหนุ่มสาวในยุคอัลเทอร์เนทีฟได้รู้ตัวว่าแก่ขึ้นแค่ไหนจากวันที่เคยกระโดดเย้วๆ เมื่อฟังเพลงของพวกเขาแล้ว ยังทำให้เราได้รู้ว่าพวกเขาคือตัวจริงของวงการเพลงไทยพิสูจน์ได้จากการหันซ้ายหันขวาไปดูวงดนตรีที่ถือกำเนิดในช่วงเวลาเดียวกัน ซึ่งตอนนี้หายไปไหนแล้วก็ไม่รู้

     ในโอกาสครบรอบ 15 ปีการก่อตั้งวงคอลัมน์ Talk-A-Tive ชวนสมาชิกทั้งสามคนได้แก่ ป๊อด - ธนชัย อุชชิน (ร้องนำ กีตาร์) เมธี น้อยจินดา (กีตาร์) และโป้ง - ปวิณ สุวรรณชีพ (กลอง) พักการโดดมาสนทนาแบบอะคูสติก เบา สบาย แต่ฮาเป็นระยะ หวังว่าจะชอบกัน

มองไปในอีก 15 ปีข้างหน้า เห็นภาพของตัวเองกำลังทำอะไรอยู่ครับ
     ป๊อด ถึงตอนนั้นผมก็อายุ 28 ปี (หัวเราะ) พูดเล่น อายุก็จะประมาณ 50 ปี…
     เมธี ถ้าผมไม่ปลูกเห็ดอยู่ก็น่าจะมีการรียูเนียน อาจจะจัดคอนเสิร์ต 10 3 30 สามคน สิบอัลบั้ม อายุวงสามสิบปี 
     ป๊อด ในส่วนของวง เรามองไว้ว่าน่าจะอยู่ถึงปีที่ 20 ไม่ได้หมายความว่าจะยุบวง แต่ตอนนั้นทุกคนได้ใช้ชีวิตสบายๆ อยากไปศึกษาเรื่องอะไร หรืออยากทำอะไรก็เปิดตัวเองไปทำ ผมเองตอนนี้อยากบาลานซ์ให้ทุกอย่างมันเรียบง่ายขึ้น ทุกวันนี้ค่อนข้างเอกซ์ตรีม เราต้องเจอคนเยอะ เคลื่อนไหวเยอะ เคลื่อนไหวในที่นี้หมายถึงการเดินทาง บางทีตอนเช้าอยู่เชียงใหม่ ตอนเย็นอยู่ทองหล่อ หรือบางทีเช้าอยู่แนชวิลล์ เย็นอยู่แอลเอ เช้าวันรุ่งขึ้นกลับมาที่แนชวิลล์อีก น่าจะถึงเวลาทำชีวิตให้เรียบง่ายกว่านี้
     เมธี ผมอยากเล่นดนตรีเป็นงานอดิเรก การเป็นวงร็อคค่อนข้างเอกซ์ตรีมตลอด ถึงตอนนั้นอาจจะบาลานซ์ชีวิตใหม่ เคยคิดกันเล่นๆ ว่าอาจจะทัวร์คอนเสิร์ตกันเป็นฤดู เช่น สามเดือนนี้ออกทัวร์ อีกห้าเดือนต่อมาอาจจะไปปลูกเห็ด

ดูเป็นคนชอบเห็ดนะครับ
     โป้ง เขาชอบกินเห็ดครับ (หัวเราะ)
     เมธี ตอนเด็กเวลาปิดเทอมพ่อแม่ชอบพาไปบ้านญาติๆ ไปสวน เลยได้เห็นธรรมชาติ อยากไปใช้ชีวิตแบบนั้นดู แต่ไม่แน่ ทำได้แค่สองอาทิตย์อาจจะเบื่อ (ยิ้ม)
     โป้ง คงเป็นเพราะตอนนี้ชีวิตวุ่นวายและจังหวะตรงนี้มันเดินเร็ว ทำให้เหนื่อย ผมอยากไปอยู่ที่ไหนสักที่ที่สงบ คิดอยู่ว่าการอยู่ในที่มีความสงบ มีความสุข แล้วอยู่รอดได้ น่าจะเป็นส่วนผสมที่ลงตัวสำหรับอนาคต

ทำอย่างไรให้ยังรู้สึกสนุกและไม่เบื่อกับงานที่ทำมาแล้วถึง 15 ปี
     ป๊อด หลายครั้งพอรู้ว่าจะต้องทำงาน เราจะรู้สึกเหนื่อยไปก่อน แต่พอขึ้นเวทีไปแล้วมันก็สนุกทุกที สำคัญที่สุดคือมุมมองที่มีต่องาน มีช่วงหนึ่งที่ผมรู้สึกเบื่อจริงๆ พอเบื่อแล้วใจมันจะต่อต้าน ไม่อยากไปทำ แต่พอเปลี่ยนวิธีคิดใหม่ ค้นหาข้อสนุกให้ได้ เราจะอยากทำ การขึ้นโชว์แต่ละครั้ง แม้ว่าต้องเล่นเพลงซ้ำๆ เราก็ยังหาวิธีเล่นกับสถานการณ์ได้ คนดูที่เปลี่ยนไป ทำให้ทุกอย่างเปลี่ยนไปได้ แต่ทั้งนี้เราต้องมีทัศนคติที่ดีต่องานก่อน
     เมธี ในแต่ละวันกิจกรรมที่เราทำคือตื่นนอน กินข้าว ออกไปทำงาน มองว่าซ้ำ มันก็จะซ้ำ มองว่าไม่ซ้ำ ก็ไม่ซ้ำ ถึงคนดูกลุ่มเดิม แต่มันก็จะมีดีเทลเล็กๆ น้อยๆ ที่ต่างออกไป
     ป๊อด เราเคยพาเพลงบุษบาไปถึงจุดที่ว่าเล่นจบเพลงแล้ว พวกเราสามคนไม่มีใครอยู่ที่เครื่องดนตรีของตัวเองเลย จำได้ว่าเป็นงานแฟตเฟสติวัล เริ่มจากค่อยๆ เรียกคนจากข้างล่างขึ้นมา จนมีคนประมาณ 30 คนอยู่บนเวที ผมยื่นไมค์ให้ใครก็ไม่รู้ไปร้อง เมธีส่งกีตาร์ให้ใครไม่รู้ดีด ขณะที่โป้งก็ให้ใครไม่รู้ตีกลองแทน แต่กลายเป็นเพลงบุษบาที่สนุกที่สุดที่เราเคยเล่นมา
     โป้ง ช่วงหลังความเบื่อมันเยอะขึ้นจริงๆ วิธีที่จะทำให้ไม่เบื่อคือทำใจให้เป็นกลางไว้ บางทีงานที่เราคิดว่าสนุกแน่ๆ แต่ก็ไม่สนุก แต่งานที่เราคิดว่าไม่อยากเล่น กลับสนุกขึ้นมาได้
     ป๊อด เชื่อไหมครับว่าบางงานที่ไป เราเจอโคโยตี้เต้นอยู่ก่อน รู้สึกว่าโอ้โห…จะสนุกไหมเนี่ย เพราะไม่รู้ว่ามันจะใช่ที่ของเราไหม แต่ปรากฏว่าวันนั้นเราสนุกสุดๆ หมายถึงเล่นดนตรีนะครับ ไม่ได้หมายความว่ามีโคโยตี้ขึ้นมาแจม (หัวเราะ) เลยได้ข้อคิดว่า “อย่าด่วนสรุปอะไรทั้งนั้น”
     เมธี บางที่คนดูเยอะ เครื่องเสียงดีมาก แต่รู้สึกธรรมดา ขณะที่บางที่เป็นผับที่มีคนแค่ 30 คน แต่มันสุดๆ

แล้วคนดูแบบไหนที่จะทำให้รู้สึกว่าไม่สนุกครับ
     โป้ง ก็สรุปไม่ได้อีกเหมือนกัน
     เมธี อย่างเราไปอัดรายการทีวี มีหน้าม้านั่งปรบมือ กรี๊ด คิดว่าไม่น่าสนุก แต่กลายเป็นว่าป้าๆ ที่นั่งดูเขาสนุกมากจนทำให้เราสนุกตามไปด้วย
     ป๊อด จะสรุปว่าเขาถูกจ้างมาปรบมือ ให้กรี๊ดแล้วไม่สนุก ก็ไม่จริงอีก

ประมาณได้ไหมครับว่าชีวิตนี้ร้องเพลง “ก่อน” มาแล้วกี่ครั้ง
     ป๊อด เท่าที่ติ๊กไว้หลังจบโชว์สุดท้ายคือหนึ่งหมื่นสองพันหกสิบสี่ครั้งครับ…พูดเล่นครับ (หัวเราะ) ไม่เคยนับเลย แต่ก็น่าจะเป็นหมื่น ไม่รวมที่หลับแล้วฝันว่าร้องอีก

ข้อดีของการเป็นนักร้องข้อไหนครับที่ปลุกให้ตื่นขึ้นมาทำงานได้ทุกวัน
     ป๊อด ผมว่าการที่ดนตรีมันพาเราไปในที่ต่างๆ ที่ตัวเรานึกไม่ถึง พาเราไปอยู่ตรงจุดโน้นจุดนี้ พาไปเจอกับคนโน้นคนนี้ ผมเองไม่เคยคิดว่า วันหนึ่งจะได้ยืนคุยกับน้าแอ๊ด คาราบาว

และได้เจอนายกฯ (ป๊อดเพิ่งขึ้นปก สุดสัปดาห์ กับนายกฯอภิสิทธิ์ฉบับ 1 ก.ย. 52)
     ป๊อด ใช่ครับ ได้ถามว่าท่านชอบเพลงอะไร ท่านก็ถามว่ากลับว่าผมชอบเพลงอะไร ถ้าไม่ใช่เพราะดนตรี คงไม่มีประสบการณ์เหล่านี้ บางทีดนตรีก็พาให้เราไปกินอาหารบางจานที่อร่อยมาก...

++ติดตามอ่านต่อในเล่ม++


TALK-A-TIVE   No.640 (1 OCTOBER 2009)

Topic ล่าสุด
« Back3 | 4 | 5 | 6 | 7 | 8 | 9 | 10 | 11 | 12Next »
Copyright © Amarin Printing and Publishing Company Limited.