|
Arno Damm
ABOUT HIM หนุ่มหล่อคนนี้ชื่อ
อาร์โน ดามม์ (Arno Damm) ลูกครึ่งไทย - เยอรมัน วัย 24 ปี นอกจากเป็นนักศึกษาคณะ
Business Management ที่มหาวิทยาลยั Queen Mary ประเทศอังกฤษแล้ว
เขายังใช้เวลาว่างทำธุรกิจด้านอสังหาริมทรัพย์และอิมพอร์ตเอกซ์พอร์ต
ทั้งยังเคยมีผลงานถ่ายโฆษณา ถ่ายแบบ และเดินแบบด้วย
อดใจไม่ไหว เพราะทั้งหล่อทั้งเก่ง สุดสัปดาห์ เลยต้องไปคว้าตัวมาแนะนำให้สาวๆ
ได้รู้จักกันสักหน่อย
Business Man ตอนอายุ 18
ผมไปเรียนต่อที่อังกฤษ ระหว่างนั้นก็เริ่มทำงานเป็นเด็กเสิร์ฟที่ร้านอาหาร
จากนั้นไปทำงานฟรีแลนซ์ในบริษัทที่รับทำวิจัย
หน้าที่ผมคือคุยกับลูกค้าและทำรีเสิร์ช
เจ้าของบริษัทเห็นผมขยันคิดเลยเลื่อนตำแหน่งให้เป็นซูเปอร์ไวเซอร์
จากนั้นไม่นานก็ได้เลื่อนเป็นผู้จัดการทั้งที่ยังเรียนมหาวิทยาลัยอยู่
ผมยังทำธุรกิจด้านอสังหาริมทรัพย์ด้วย เพราะคิดว่าเป็นการลงทุนที่เงินไม่สูญหาย
ธุรกิจของผมคือซื้อบ้านเก่ามารีโนเวตใหม่แล้วนำไปขายต่อ หรือซื้อบ้านให้คนอื่นเช่า
ล่าสุดกลับมาเมืองไทยครั้งนี้ก็มองหาสินค้าไทยไปขายที่ยุโรปด้วย เช่น อาหารแห้ง
อาหารดอง และเสื้อผ้าเด็ก ฯลฯ
เพราะสินค้าไทยถ้าเทียบกับสินค้าประเทศอื่นในเอเชียแล้ว คุณภาพสินค้าเราดีกว่ามาก
ตั้งใจว่ากลับอังกฤษคราวนี้จะไปติดต่อซูเปอร์มาร์เก็ตและร้านค้าดู
ส่วนงานด้านบันเทิง เริ่มจากเมื่อประมาณ 7 ปีที่แล้ว ตอนนั้นผมมาเมืองไทย
แล้วไปเดินเล่นแถวสยามฯ เจอโมเดลลิ่งมาขอเบอร์
จากนั้นชวนไปแคสต์โฆษณาจนได้เล่นหนังโฆษณา ส่วนงานถ่ายแบบเริ่มต้นเมื่อ 4 ปีก่อน
มีโอกาสได้ถ่ายแฟชั่นคู่กับชมพู่ - อารยา ลงในนิตยสาร สุดสัปดาห์ นี่แหละครับ
ท ทหารอดทน
ผมเติบโตที่ประเทศเยอรมนี ตามกฎหมายทุกคนต้องไปเป็นทหารตั้งแต่อายุ 18 ปี ส่วนผม
ความที่ติดเรียนเลยไปเป็นเมื่ออายุ 22
ตอนได้รับหมายเรียกเพิ่งสมัครมหาวิทยาลัยในอังกฤษ และกำลังจะไปเข้าเรียน
คุณพ่อยังบอกว่าโชคดีที่ไม่มีหมายเรียกไปเป็นทหาร ปรากฏว่าเช้าวันต่อมา
เหมือนในหนังเลยครับ ผมเดินไปหยิบจดหมายในตู้ไปรษณีย์
แล้วทำจดหมายฉบับหนึ่งหล่นลงตรงหน้า
พอเปิดอ่านถึงรู้ว่าเป็นหมายเรียก
ช่วงแรกที่ไปเป็นทหาร สับสนมาก เพราะถูกด่า ถูกตะโกนใส่ตลอด
ต้องตื่นตั้งแต่ตีห้าเพื่อไปกินข้าว กินเสร็จก็ต้องไปซ้อมรบและระเบียบต่างๆ
บางวันไปยิงปืน บางวันไปวิ่ง หลักสูตรของผมคือ
ฝึกรบเพื่อไปทำสงครามที่อัฟกานิสถาน ต้องวิ่งวันละ 11 กิโล โดยแบกกระเป๋าหนัก 40
กิโล และถือปืนด้วยเคยไปฝึกรบที่ป่า 2 สัปดาห์โดยไม่ได้อาบน้ำ
ต้องนอนในโคลนจนตัวเปียกทุกวัน นอนไม่ค่อยหลับ อาหารก็ไม่อร่อย เหนื่อยมาก
แต่รู้ว่าสุดท้ายก็ต้องได้กลับบ้าน เลยฮึด ไม่ท้อ
ช่วงนั้นแทบไม่ต้องใช้สมอง เพราะจะมีคนคอยบอกตลอดว่าต้องทำอะไร เช่น
วันนี้ต้องตื่นกี่โมง เข้าห้องน้ำตอนไหน นอนตอนไหน ผลลัพธ์คือ
ผมติดนิสัยว่าจะทำอะไรก็ต้องมีคนสั่ง ตอนหยุดเขาให้กลับบ้านอยู่เฉยๆ ได้เป็นวัน
พอพ่อแม่สั่งถึงลุก เหมือนเป็นหุ่นยนต์ไปเลย
ผู้ชายไทย & ผู้ชายยุโรป
ข้อดีของการไปเป็นทหารคือ ทำให้ผมเรียนรู้การเป็นทีมเวิร์คที่ดี
เรียนรู้เรื่องการเคารพคนอื่น
ทั้งยังช่วยให้ผมเรียนรู้ว่าการเคารพกันและกันเป็นเรื่องสำคัญที่สุดของคู่รัก
เพราะถ้าคนเราไม่เคารพกัน เขาจะอยู่ด้วยกันไม่ได้
ผมเห็นคู่รักบางคู่อยู่ด้วยกันมาได้ 50 - 60 ปี
สาเหตุไม่ใช่เพราะเรื่องหน้าตาหรือแค่มีงานอดิเรกเหมือนกัน
แต่เพราะเขาเคารพกันและให้เกียรติกัน
ผมเห็นผู้ชายไทยมีกิ๊กเยอะ แต่ในประเทศยุโรป ผู้ชายจะมีแฟนทีละคน
จริงอยู่ว่าสิ่งหนึ่งที่ผู้ชายทั้งโลกอาจเหมือนกันคือ การแอบมีผู้หญิงอื่น
แต่ผู้ชายยุโรปจะแอบทำกันเงียบๆ ในขณะที่ผู้ชายไทยจะเปิดเผยกว่า
ผมตกใจมากที่มาเมืองไทยแล้วเจอมิวสิควิดีโอ ทีวี วิทยุ หนังสือ พูดถึงการมี “กิ๊ก”
ซึ่งดูเป็นเรื่องธรรมดามากๆ ครั้งหนึ่งผมเคยไปร้านอาหาร
เจอผู้ชายคนหนึ่งกำลังฉลองวันเกิดในร้าน
เพื่อนเขาอวยพรว่าให้เจ้าของวันเกิดมีกิ๊กเยอะๆ ฟังแล้วช็อกมาก
คิดว่าทุกคนเป็นอะไรไปหมดแล้ว ทำไมถึงมองเรื่องนี้เป็นเรื่องปกติ
ผู้หญิงที่ชอบ ชอบผู้หญิงขี้อาย
เรียบร้อย ในขณะเดียวกันก็ Bitchy นิดๆ
นอกนั้นยังชอบผู้หญิงที่ทำให้ผมหัวเราะได้และชอบโจ๊กของผมด้วย
วิธีจีบผู้หญิงของผมคือ ทำยังไงก็ได้ให้ผู้หญิงหัวเราะ เช่นอาจพูดว่า “น่ารักจัง”
แค่นี้ผู้หญิงก็หัวเราะได้แล้ว แล้วพอเขาหัวเราะ เราจะคุยกันง่ายขึ้น
ผมคิดว่าเวลาผู้หญิงหัวเราะดูมีเสน่ห์ เพราะเขากำลังรีแล็กซ์ ไม่ได้ตั้งกำแพงกับเรา
ซึ่งปกติผู้หญิงไทยเป็นแบบนี้ แต่ผู้หญิงฝรั่งชอบคิดว่าทำไมพูดอย่างนั้น
ทำไมทำแบบนี้ ดังนั้นเวลาจีบสาวต่างชาติผมต้องใช้วิธีคุยแบบ Small Talk ก่อน เช่น
อาหารที่นี่อร่อยนะ มาที่นี่บ่อยไหม คนนั้นแต่งตัวแปลกนะ ฯลฯ
สรุปว่าผู้หญิงไทยคุยด้วยง่ายกว่า ที่สำคัญ
เสน่ห์ของผู้หญิงไทยคือ เคารพพ่อแม่ ไม่ทอดทิ้งครอบครัว ถ้ามีแฟนก็จะดูแลแฟนดีมาก
ทำให้ฝรั่งชอบผู้หญิงไทย ในขณะที่ผู้หญิงยุโรปจะแสดงออกเห็นแก่ตัวนิดหน่อย
อยากทำอะไรก็ทำโดยไม่แคร์คนอื่น
ผู้หญิงที่ไม่ปลื้ม
ผมเคยคบแฟนเก่าคนหนึ่งที่อังกฤษช่วงนั้นผมต้องทำงานทุกวัน
เลยไม่ค่อยได้เจอกันเท่าไหร่ ก่อนเขากลับเมืองไทยเราเลิกกัน วันที่ออกเดินทาง
เขายื่นกระดาษแผ่นหนึ่งให้ผมแล้วบอกว่า “เช็คบิล” ในนั้นเขียนว่า
“วันที่...อาร์โนไม่จ่ายค่าโค้ก วันที่...อาร์โนไปซื้อของแล้วฉันจ่าย ฯลฯ
สรุปยอดรวมหนี้ประมาณพันปอนด์” ผมช็อกไปเลย
ตอนหลังผมเอากระดาษแผ่นนั้นให้เพื่อนดูทุกคนหัวเราะกันใหญ่
แต่ผมขำไม่ออกหรอกครับ |