เชียร์ลีดเดอร์
งานฟุตบอลประเพณี จุฬาฯ - ธรรมศาสตร์ ครั้งที่ 66

งานฟุตบอลประเพณีเวียนมาอีกครั้ง พร้อมกับหนุ่มสาวหน้าใสที่เราอดใจไม่ได้ต้องตามไปทำความรู้จัก

CU Story

ถ้าแพ้จะพูดว่า “ไม่เป็นไร ปีหน้ายังมี”   ถ้าชนะจะพูดว่า “ทำได้ดีมาก”

1. กิ๊ฟ - อลิสา บัวแก้ว ปี 2 คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี
     “สไตล์เชียร์ลีดเดอร์ของจุฬาฯคือสดใสน่ารักค่ะ การคัดลีดจะเริ่มจากรุ่นพี่นัดให้คนที่สนใจเข้ามาซ้อมก่อนคัดตัวสามเดือน วันคัดจริงจะมีเพลงให้เราเต้น เช่น BAKA, เกียรติภูมิจุฬา และจุฬาน่ารักที่เราต้องคิดท่าเต้นเอง โดยคะแนนจะมาจากรุ่นพี่ลีดปีที่แล้ว 40% จากรุ่นพี่ลีดปีก่อนหน้านั้น 40% และคะแนนจาก อบจ.อีก 20%”

2. เดียร์ - เสาวรภย์ ปรีชาวุฒิ ปี 3 คณะนิเทศศาสตร์
     “เรื่องฮาๆ ในวันคัดลีดอย่างเช่น ‘กอบัว’ เขาจะมีท่าเต้นเพลงจุฬาน่ารักที่โดดเด่นกว่าคนอื่น ได้ยินว่าเขาเรียนบัลเลต์ แจ๊ส และแด๊นซ์มา ดังนั้นเขาเลยเอาท่าที่เรียนมาผสมผสานจนดูเป็นโปรเฟสชันนัลมาก”

3. เติ้ล - ปรินทร์ ทรัพย์ไสวผล ปี 4 คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี
     “เชียร์ลีดเดอร์ทุกคนรู้สึกภูมิใจมากที่ได้ทำหน้าที่นี้ ผมเคยเห็นแฟนของพี่ชายเป็นเชียร์ลีดเดอร์จุฬาฯมาก่อนแล้วรู้สึกประทับใจ คิดว่าเป็นงานที่ยิ่งใหญ่ พอเข้ามาเรียนจุฬาฯเลยอยากเข้ามามีส่วนร่วมของงานนี้ด้วย จนมาคัดลีดได้ ก็รู้สึกดีใจที่ได้เป็นตัวแทนของนิสิตหลายคน จะพยายามทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีที่สุดครับ”

4. นิว - รุ่งตะวัน วัสดรวุฒิไกร ปี 2 คณะอักษรศาสตร์
     “รุ่นพี่คอมเม้นต์เชียร์ลีดเดอร์รุ่น 66 ว่าเป็นรุ่นที่เรียนรู้เร็ว แต่ผิดอะไรแล้วไม่ค่อยแก้ไข (หัวเราะ) คนที่แสบที่สุดในรุ่นคงเป็น ‘พี่บอล’ เป็นเหมือนหัวหน้า คอยเตือน คอยให้กำลังใจ และแอบขู่พวกเราตลอด ส่วนคนที่ออกแนวหวานคือพี่เจมส์ เขาชอบร้องเพลงให้กำลังใจเพื่อนๆ ฟังแล้วมีกำลังใจขึ้นทันที”

5. แตงไทย - กรณิศ ศักดิ์ศรชัย ปี 3 คณะนิเทศศาสตร์
     “ลีดจุฬาฯต้องฝึกร้องเพลงเชียร์ทั้งหมด 13 เพลง เพลงที่ถือว่าสำคัญๆ คือเพลงมหาจุฬาลงกรณ์ ซึ่งเป็นเพลงประจำมหาวิทยาลัยนอกนั้นก็เป็นเพลง BAKA ซึ่งเป็นเพลงบูมของมหาวิทยาลัย ใช้ร้องเชียร์ตอนอยู่สแตนด์เชียร์ ช่วยปลุกใจนักกีฬาค่ะ”

6. อิ๊ง - ชญานุช บุญธนาพิบูลย์ ปี 1 คณะนิเทศศาสตร์
     “สไตล์การนำเชียร์ของจุฬาฯเน้นอ่อนช้อยพร้อมเพรียงค่ะ ในขณะที่ธรรมศาสตร์จะเน้นหนักแน่นแข็งแรง จุฬาฯมีท่าลีดพื้นฐาน 4 ท่า คือ ท่าตบแปด, ปันมือ, ฟันแปด และตีนก ท่าที่พวกเราคิดว่ายากที่สุดคือท่าตีนก เพราะต้องใช้มือวาดวงกลมไปด้านข้าง แล้วมันยากตรงที่ทุกคนต้องทำจังหวะให้พร้อมกันเหมือนเป็นคนเดียวกัน”

7. บอล - พงษ์วัฒน์ ภัทรวิชญ์กุล ปี 4 คณะวิศวกรรมศาสตร์
     “พอคัดลีดได้ พวกเราจะต้องฝึกซ้อมหลังเลิกเรียนทุกวันตั้งแต่สี่โมงครึ่งถึงประมาณสี่ทุ่ม ส่วนเสาร์ - อาทิตย์เริ่มซ้อมตั้งแต่สิบโมงเช้าถึงหกโมงเย็น ใช้เวลาซ้อมทั้งหมดประมาณ 2 เดือนครึ่ง พวกเราจะกลัวรุ่นพี่ลีดรุ่นเก่าๆ มาก เพราะถ้าทำผิดนิดหนึ่ง ก็จะถูกสั่งให้เต้นเชียร์ประกอบเพลง BAKA ถือเป็นการลงโทษอย่างหนึ่งครับ”

8. กอบัว - กอบัว กัมปนานนท์ ปี 2 คณะนิเทศศาสตร์
     “ดาราที่เคยเป็นเชียร์ลีดเดอร์ของจุฬาฯมีหลายคน เช่น พี่อุ้ม - สิริยากร พุกกะเวส พี่เอ๊ะ - ศศิกานต์ อภิชาตวรศิลป์ พี่แอนนี่ - ชุติมา ทรัพย์เจริญศรี พี่แนท - เอวิตรา ศิระสาตร์ ฯลฯ แต่คนที่เป็นฮีโร่ของพวกเราคงเป็น ‘พี่เอ๊ะ - ศศิกานต์’ เพราะเขาสวย ดูสง่า แล้วปีนี้พี่เอ๊ะเข้ามามีส่วนช่วยทำชุดเชียร์ให้พวกเราด้วย คือเป็นสไตลิสท์ให้ว่าควรใส่ชุดเชียร์สไตล์ไหน”

9. โบว์ - มนัสนันท์ จิตติจรุงลาภ ปี 2 คณะรัฐศาสตร์
     “ชุดเชียร์ลีดเดอร์ปีนี้ยังเป็นสีชมพูเหมือนเดิม เน้นคอนเซ็ปต์เหมือนงานบอลคือ Life is Balance. ตอนนี้กำลังอยู่ในกระบวนการออกแบบ แต่คิดว่าชุดเชียร์ตอนกลางวันคงเน้นสไตล์แคชวล ดูคล่องแคล่ว เปรี้ยวๆ เท่ๆ ไม่หวานเหมือนปีที่แล้ว ส่วนชุดเชียร์ตอนกลางคืนคงจะออกแนวราตรีหรูนิดๆ ค่ะ”

10. เล็ก - สุพงษ์ จิระธรรมนิตย์ ปี 4 คณะนิเทศศาสตร์
     “ปกติถ้าทีมเราทำประตูได้ เชียร์ลีดเดอร์ต้องรีบไปนำเชียร์เพลง BAKA ที่แสตนด์เชียร์จุฬาฯ 3 รอบติดกัน แต่ในงานฟุตบอลประเพณีครั้งที่ 65 เกิดมีการยิงประตูตอนที่เชียร์ลีดเดอร์รุ่น 65 กำลังไปเปลี่ยนชุดพอดี เลยกลายเป็นว่ารุ่นพี่เชียร์ลีดเดอร์รุ่นที่ 64 ต้องวิ่งไปนำ BAKA แทน ส่วนเชียร์ลีดเดอร์รุ่น 65 ก็ร้องเย้ดีใจอยู่ในห้องว่าไม่ต้องไปทำ BAKA แล้ว” (หัวเราะ)

11. พีท - ธีรัช ควรตระกูล ปี 1 คณะนิเทศศาสตร์
     “วันหนึ่งกำลังซ้อมวิ่งอยู่ดีๆ อิ๊งไม่ได้ทานข้าวมา เลยหน้ามืดเป็นลม จนหัวทิ่มลงในสระน้ำ เพื่อนก็งงว่าอิ๊งวิ่งหายไปไหน กว่าจะรู้ก็ต้องใช้หลายคนช่วยกันพยุงเขาขึ้นมา แล้วปกติอิ๊งเป็นคนชอบวิ่งหลับตา แถมทำหัวเอียงด้วย (หัวเราะ) แต่ตอนนี้ทุกคนปรับตัวได้ไม่มีใครเป็นลมเลยครับ”

12. นิค - ธนพงศ์ จารุรัตน์มงคล ปี 3 คณะนิเทศศาสตร์
     “โรคที่เชียร์ลีดเดอร์เป็นบ่อยคือ โรคไฮเปอร์เวนติเลชั่น (Hyperventilation) เกิดเพราะหายใจเอาออกซิเจนเข้าร่างกายเร็วเกินไป ทำให้มือเกร็ง รุ่นเราจะมี ‘นิว’ ซึ่งเป็นโรคนี้อยู่แล้ว พอเขาเครียดมากๆ มือจะหงิก แต่ตอนนี้เขาแข็งแรง ไม่เป็นอะไรแล้ว เพราะพอมาเป็นลีด โรคอะไรก็หายหมด” (หัวเราะ)

13. เจมส์ - ศุภฤกษ์ ทาอุปรงค์ ปี 4 คณะรัฐศาสตร์
     “ผู้อัญเชิญพระเกี้ยวของจุฬาฯจะเป็นชาย 1 หญิง 1 ซึ่งถือว่าเป็นตัวแทนนิสิตทั้งหมด แล้วปีนี้ผู้อัญเชิญพระเกี้ยวได้แก่พี่แฟลช -วิริทธิ์พล เอกอุฬารพันธ์ จากคณะวิศวกรรมศาสตร์ ชั้นปี 4 และพี่แต้ว - ณฐพร เตมีรักษ์ จากคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ ชั้นปี 3”

TU Story

ถ้าแพ้จะพูดว่า “ชนะบ่อยแล้ว”   ถ้าชนะจะพูดว่า “เป็นเรื่องธรรมดา”

1. บิ๊ก - อรรถวุฒิ จิวะพรทิพย์ ปี 4 คณะสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา
     “วิธีการคัดเลือกเชียร์ลีดเดอร์ของธรรมศาสตร์ รุ่นพี่จะให้คนที่สนใจมาซ้อมประมาณ 2 เดือนก่อนคัดครับ ปีนี้มีคนมาคัดลีดประมาณ 80 - 90 คน พอถึงวันคัดจริง ทุกคนต้องมาแสดงให้ดูว่ามีเพลงที่คัดเป็นอย่างไรบ้าง จากนั้นค่อยคัดเลือกตามความเหมาะสมโดยคนให้คะแนนคือลีดปัจจุบัน ลีดรุ่นพี่ และประธานเชียร์ ไม่มีกำหนดว่าเชียร์ลีดเดอร์แต่ละปีต้องมีกี่คน แต่ดูความเหมาะสมแต่ละรุ่นมากกว่า ซึ่งปีนี้เรามีเชียร์ลีดเดอร์ทั้งหมด 9 คนครับ”

2. จีน - นัชชา ศิริสันติธรณ์ ปี 2 คณะรัฐศาสตร์
     “รุ่นพี่คอมเม้นต์ว่าไม่เคยเจอเชียร์ลีดเดอร์ที่สต๊าฟสอนแล้วเฮี้ยวกันขนาดนี้ เพราะพวกเรารุ่น 66 ชอบแซวรุ่นพี่ ส่วนเรื่องตลกในวันคัดลีดคงเป็นเรื่องที่แต่ละคนดูเอ๋อมาก บางคนดูสวยมาก แต่พอเต้นออกมาแล้วจะดูตลกสุดๆ อย่างนุช เขาเต้นจนได้รางวัลในฐานะที่เต้นเพลง Who Are We ได้ดี ทั้งที่ลุคเขาดูคุณหนูมาก
แต่พอเต้นแล้วจบเลย” (หัวเราะ)

3. เป้ง - ชานนท์ เจียมสกุลทิพย์ ปี 3 คณะเศรษฐศาสตร์
     “วันที่ประกาศผลคัดลีด รุ่นพี่จะประกาศชื่อคนที่ได้ทีละคนแล้วพี่ลีดรุ่น 65 จะมอบดอกกุหลาบให้แก่คนที่คัดลีดได้เพื่อเป็นการแสดงความยินดีให้แก่น้องๆ หลังจากนั้นรุ่นพี่จะให้หยุดพักก่อน 1 วันและบอกให้ใช้เวลาวันนั้นให้คุ้มค่าที่สุด เพราะหลังจากนั้นจะไม่มีเวลาว่างอีกแล้ว (หัวเราะ) พอมาคัดลีดถึงได้รู้ว่าท่าลีดที่ยาก
ที่สุดคือท่าเลข 8 ท่านี้จะคล้ายการให้จังหวะของวาทยกร จัดเป็นท่าพื้นฐานที่มีรายละเอียดและใช้กำลังแขนเยอะมาก”

4. แจน - รวิอร เหลียงกอบกิจ ปี 2 คณะสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา
     “มีธรรมเนียมว่าเชียร์ลีดเดอร์ธรรมศาสตร์จะต้องไปฝึกซ้อมที่ธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ วันแรกรุ่นพี่จะให้น้องผู้หญิงวิ่งรอบสนาม 2 รอบ ส่วนผู้ชายวิ่ง 3 รอบ จากนั้นก็จะเพิ่มรอบขึ้นเรื่อยๆ ตามความเหมาะสม เพราะเพลงลีดธรรมศาสตร์ต้องใช้แรงเยอะมาก เราจึงต้องซ้อมหนักเพื่อให้มีแรงในวันเชียร์จริง ปกติเราจะซ้อม
ทุกวัน ถ้าเป็นวันธรรมดาจะซ้อมตั้งแต่ห้าโมงเย็นถึงประมาณสามทุ่ม ส่วนวันเสาร์อาทิตย์จะซ้อมตั้งแต่สิบโมงเช้าถึงสามทุ่มค่ะ”

5. นุช - ชญานุตม์ ศิริไชยา ปี 1 คณะศิลปกรรมศาสตร์
     “วันที่ซ้อมเชียร์ลีดเดอร์หนักที่สุดคงเป็นวันที่ถูกรุ่นพี่ทำโทษให้วิ่งรอบสนาม 16 รอบค่ะ เพราะวันนั้นมีคนมาสายไป 16 นาที ปกติถ้าใครมาสายก็จะนับเวลารวมกันและวิ่งตามจำนวนนาทีที่สาย โชคดีที่ไม่ถึงกับต้องวิ่งครบ 16 รอบในวันเดียว เราสามารถไปวิ่งทบวันอื่นต่อได้อีก”

6. จูน - ชัญญา มาอุทธรณ์ ปี 3 คณะวารสารศาสตร์ฯ ภาคภาษาอังกฤษ
     “วันก่อนพวกเราเพิ่มรอบซ้อมวิ่งเป็นผู้หญิงวิ่ง 4 รอบ ผู้ชาย 5 รอบ หลังจากนั้นมาซ้อมทำ TU Boom นานมากจนวินจากที่หน้าดำก็หน้าซีดไปเลย (หัวเราะ) ส่วนเเจนก็ไม่ไหว สำหรับคนที่เหนื่อยมากๆ เขาจะมีอาการที่เรียกว่า ‘มือซับ’ (โรคไฮเปอร์เวนติเลชั่น) ซึ่งเป็นศัพท์ที่พวกเราใช้เรียกโรคนี้ คือตัวเกร็ง มือเกร็ง จูนและแจนเคยเป็นไปแล้วรอบหนึ่ง เทคนิคแก้ไขคือ ต้องหายใจช้าๆ และใช้วิธีคลายเครียด เช่นรุ่นพี่เปิดเพลงให้ฟัง จะช่วยทำให้อาการดีขึ้นค่ะ”

7. กฤต - กฤต หมัดแสละ ปี 2 คณะแพทยศาสตร์
     “ปีนี้เสื้องานบอลไม่มีสีเหลืองสีแดง แต่จะใช้สีพื้นเป็นสีขาวแล้วมีลายเป็นสีของธงชาติไทย เพราะธรรมศาสตร์เล็งเห็นว่าชาติสำคัญที่สุด ข้างหลังเสื้อจะมีประโยคหนึ่งของเพลง ‘นี่หรือธรรม’ ว่า ‘สามัคคีเถิดเหลืองแดง เป็นกำแพงต้านอธรรม’ ซึ่งเป็นอุดมการณ์ของธรรมศาสตร์ว่าเราอยู่คู่ประเทศชาติและทำเพื่อประชาชน หลายคนว่าทำไมเสื้อไม่มีสีเหลืองสีแดง แต่จริงๆ แล้วด้านหลังเสื้อมีคำพูดที่สะท้อนความเป็นสีเหลืองแดงของเราอยู่แล้ว ส่วนชุดเชียร์ลีดเดอร์ปีนี้เราใช้คอนเซ็ปต์ว่า ‘การยอมรับความแตกต่าง อยู่ร่วมกันอย่างสมดุล’ ”

8. แพท - ณัฐนันท์ โปษกะบุตร ปี 4 คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี
     “เพลงเชียร์ของธรรมศาสตร์ถ้ารวม TU Boom ด้วยแล้วจะมีทั้งหมด 36 เพลงค่ะ แต่เพลงที่เชียร์ลีดเดอร์สามารถลีดได้มีทั้งหมดประมาณ 24 เพลงที่สำคัญๆ เช่น ยูงทอง, แช่วับ, เดิน มธ., TU Boom ฯลฯ มีคนดังหลายคนช่วยแต่ง เช่น ‘โดมในดวงใจ’ แต่งโดยคุณทวีป วรดิลก ซึ่งเป็นนักหนังสือพิมพ์อาวุโสและศิลปินแห่งชาติ นอกนั้นก็มีเพลง ‘ขวัญโดม’ ที่แต่งโดยครูเอื้อ สุนทรสนานด้วย

9. วิน - กวินทร์ สวัสดิ์ศรี ปี 3 คณะวารสารศาสตร์ฯ ภาคภาษาอังกฤษ
     “เชียร์ลีดเดอร์ของธรรมศาสตร์ที่ไปเป็นดาราก็มีหลายคน เช่น พี่กวาง - กมลชนก โกมลฐิติ พี่หน่อย - บุษกร วงศ์พัวพันธ์ พี่จุ๋ย - วรัทยา นิลคูหา พี่หมิง - ชาลิสา บุญครองทรัพย์ พี่เอิร์ธ - ศัลย์ อิทธิสุขนันท์ พี่หมวย - อริสรา กำธรเจริญ ฯลฯ แต่คนที่พวกเราปลื้มๆ กันมากคงเป็นพี่หน่อย - บุษกรครับ เพราะรุ่นพี่เล่าให้ฟังว่า ตอนซ้อมลีดพี่หน่อยแข็งแรงมาก ใจสู้ ถึงจะต้องลีดหลายครั้งติดกัน พี่หน่อยก็ไม่แสดงอาการเหนื่อยเลย จัดเป็นคนที่อึดมากครับ”


read more... OUTSTANDING  No.647 (16 JANUARY 2010)
Topic ล่าสุด
« Back4 | 5 | 6 | 7 | 8 | 9 | 10 | 11 | 12 | 13Next »
Copyright © Amarin Printing and Publishing Company Limited.