ณเดชน์ คูกิมิยะ

❝เป็นตาฮักแท้น้อ บักหล่า❞

 

     “ณเดชน์ คูกิมิยะ” ชื่อนี้วนเวียนวื่นวืออยู่ในหัวและในหูเหลือเกินตลอดปีที่ผ่านมา
     เดินเข้าออฟฟิศ สาวๆ โต๊ะใกล้เคียงก็พูดถึงชื่อนี้ กลับถึงบ้านเปิดทีวีดู ก็เห็นแต่หน้าพ่อหนุ่มคนนี้ทั้งในละครและข่าวบันเทิง ปิดทีวีหันไปเปิดอินเทอร์เน็ต เช็กความคืบหน้าแวดวงบันเทิง กระทู้เกี่ยวกับเขาคนนี้ยังลอยเด่นเป็นสง่า ติดทำเนียบกระทู้แนะนำ วันรุ่งขึ้นเดินไปที่แผงหนังสือ หยิบแมกกาซีนมาเปิด ก็ยังไม่วายเจอเขาอีก

     สุดสัปดาห์ มีการร่วมสนุกโดยให้คนอ่านแสดงความคิดเห็นว่า อยากให้คอลัมน์ Talk-A-Tive สัมภาษณ์ใครมากที่สุด ไม่ต้องสงสัย ในเวลานี้ เขาคนนี้มาแรงสุดๆ ฤกษ์งามยามดีมีโอกาสได้ไปทำกิจกรรมร่วมกับเขาที่ทะเลทางภาคใต้ขากลับกรุงเทพฯ ขณะนั่งเครื่องบิน เพื่อเป็นการฆ่าเวลา และได้มองเห็นว่าในเวลาอันใกล้ หนุ่มลูกครึ่งอีสาน-ญี่ปุ่นคนนี้จะต้องฮ็อตขึ้นทำเนียบหนุ่มคิวทองเป็นแน่แท้เราจึงเขยิบไปนั่งเบาะใกล้ๆ เวลาชั่วโมงกว่าๆ ตรงเบาะหลังสุด ขณะที่คนอื่นหลับเรากลับจ้อ เสียงหัวเราะของเขาทำเอาฝรั่งที่นั่งข้างหน้าหันมาค้อนเป็นระยะ
     ผู้อ่านโปรดทราบ กรุณารัดเข็มขัดแล้วนั่งอยู่กับที่ เพื่อป้องกันอันตรายจากเครื่องตกหลุมอากาศ...ไม่ใช่สิ เพื่อป้องกันการตกหลุมรักต่างหาก เนาะ...

     หลังจากละคร สี่หัวใจแห่งขุนเขา ตอน “ดวงใจอัคนีออนแอร์” ก็รู้สึกว่ามีคนรู้จักเยอะ
ขึ้น จริงๆ เขาอาจจะรู้จักมาตั้งแต่ละครเรื่อง เงารักลวงใจ แล้ว แต่ “ดวงใจอัคนี” คนให้ความสนใจเยอะกว่า สังเกตจากเวลาไปไหนมาไหนแล้วมีคนเรียก “ไฟขา” (ชื่อในละคร) บ้าง “ไอ้ฟาย” บ้าง โดยมากผู้ชายและผู้ใหญ่จะเรียกไอ้ฟาย ผมก็จะ “สวัสดีคร้าบ-บ-บ” ทักทายกลับไป

คิดว่าตัวเองได้เรียนรู้อะไรจากละครเรื่องนี้บ้าง อาทิเช่น ควรเลือกละครที่ดี เล่นแล้วจะประสบความสำเร็จ
     มันก็มีปัจจัยหลายอย่างรวมกัน แต่สิ่งสำคัญคือต้องรู้จักพัฒนาตัวเอง ผมตั้งเป้าหมายไว้ว่าถ้ามีละครเรื่องต่อไป ก็ต้องทำให้ดีขึ้นไปอีก เรื่องความรับผิดชอบ การวางกำหนดเวลาก็สำคัญ เพราะผมต้องเรียนไปด้วย ความรับผิดชอบของผมตอนนี้มันโตกว่าอายุจริง ผมอายุ 19 แต่งานที่ต้องรับผิดชอบอาจจะเท่ากับคนที่อายุ 24 ปีแล้ว

มีคอมเม้นต์ในอินเทอร์เน็ตชมคุณพ่อคุณแม่ของณเดชน์ว่าเลี้ยงลูกได้ดี
     ต้องขอบคุณทุกคนมากครับ จริงๆ คุณพ่อคุณแม่ท่านพยายามปลูกฝังเรื่องมารยาทและการวางตัวในสังคมให้ตั้งแต่เด็ก อย่างเวลาพาไปงานแต่งงาน ท่านก็จะสอนเรื่องการวางตัวและการเข้าหาคนเสมอ

ส่วนหนึ่งคงเป็นเพราะเราไม่ใช่เด็กดื้อด้วย
     ก็ดื้อนะครับ แต่ดื้ออยู่ในสายตาของพ่อแม่ มีช่วงหนึ่งที่ผมเกเร ลืมสนใจการเรียนถึงขั้นไม่ยอมทำการบ้าน ก็เป็นคุณแม่นี่แหละที่ต้องดึงกลับมา จริงๆ ที่เดินมาถึงจุดนี้ได้ก็เพราะคุณพ่อคุณแม่ครับ

ในเว็บไซต์หนึ่ง มีคนโพสต์ข้อความว่าเขามีเบอร์โทรศัพท์คุณแม่ณเดชน์ และกำลังจะโทรศัพท์ไปหาท่านเพื่อชื่นชมลูกชาย
     จริงเหรอครับ (ทำเสียงตกใจเล็กน้อย) คิดว่าเขาคงยังไม่ได้โทรศัพท์มานะครับ ถ้าโทรศัพท์มา คุณแม่น่าจะบอก แต่จริงๆ แล้วก็ไม่อยากให้คุณแม่ถูกดึงเข้ามาเกี่ยวข้องกับงานของผมเท่าไร อยากให้ท่านอยู่แบบสงบๆ ดีกว่า เพราะท่านเองก็ค่อนข้างรักความเป็นส่วนตัว

แต่กับตัวเราเอง คงยากแล้วที่จะใช้ชีวิตแบบคนธรรมดา
     ผมก็ยังใช้ชีวิตแบบคนทั่วไป มีเวลาว่างก็ออกไปดูหนัง เดินห้าง ไปเจอกับเพื่อนเก่าๆ ได้ แต่ก็จะมีคนเข้ามาขอถ่ายรูปบ้างก็ยินดี

ไม่รู้สึกรำคาญ
     ไม่ครับ พี่โอ้ (มาริโอ้ เมาเร่อ) เคยบอกว่า เขาเข้ามาหาเราเพราะความรัก ที่เราอยู่ได้ทุกวันนี้ก็เพราะความรักจากพวกเขานี่แหละ ผมก็จำคำพูดนี้มาใช้ ซึ่งก็เป็นจริง

พัฒนาการด้านการแสดงที่ดีขึ้นเป็นอย่างหนึ่งที่มีคนพูด
     ส่วนหนึ่งคือผมกล้าแสดงออกมากขึ้น ช่วงแรกที่เข้าฉากละครเรื่อง สี่หัวใจแห่งขุนเขายังเกร็งและเล่นแข็งมาก ฉากเดียวถ่ายประมาณ 10 เทค จนป้าแจ๋ว (ยุทธนา ลอพันธุ์ไพบูลย์) เรียกมาคุยว่าคาแร็คเตอร์ของไฟเป็นอย่างนี้นะ พยายามอธิบายให้ผมเข้าใจ ส่วนหนึ่งที่เล่นดีขึ้นก็เพราะผู้กำกับ ขณะที่บทก็ไม่ไกลจากตัวผมมากนัก คือทะเล้น ทะลึ่ง และหื่นนิดๆ (หัวเราะ)

อีกคนที่ต้องยกความดีให้คือนางเอก
     แน่นอนครับ น้อง (ญาญ่า - อุรัสยา เสปอร์บันด์) ช่วยได้เยอะ เรื่องการต่อบทเขาช่วยรับส่งได้ดี

มีแต่คนบอกว่าเหมาะสมกันและลุ้นให้เป็นแฟนนอกจอ พี่ไฟขาจะว่ายังไง
     (หัวเราะ) เฮ่อ (ถอนหายใจยาว) ตอนนี้เป็นน้องครับ รู้จักกันไว้ไม่เสียหลาย แต่อนาคตจะเป็นยังไงยังไม่รู้

เคยรู้สึกแบบนี้ไหม “เชียร์นัก เดี๋ยวก็จีบเสียเลย”
     ไม่นะครับ ผมแค่รู้สึกเอ็นดูและปลื้มน้องมากกว่า ความรู้สึกว่าอยากจีบจังตอนนี้ยังไม่มีความรู้สึกแบบนั้น

รู้สึกดีไหมที่ได้ทำงานและมีเงินใช้ตั้งแต่อายุยังน้อย
     ก็ดีครับ เงินเป็นเหมือนรางวัลจากการทำงาน ถ้าได้เงินก้อนใหญ่มา ผมจะแบ่งเป็น80 / 20 เอาแปดสิบใส่ไว้ในบัญชี ส่วนอีกยี่สิบเก็บเอาไว้ใช้ พ่อผมสอนว่ามีเงินให้เก็บ มีที่ดินให้เก็บ ตอนนี้อยากได้ที่ดินสักสามสี่ไร่ไว้ทำสวนและเลี้ยงม้า (ยิ้ม)

ได้ซื้อของชิ้นใหญ่เป็นรางวัลให้ตัวเองบ้างหรือยัง
     ผมกับแม่เพิ่งซื้อบ้าน ช่วงนี้ก็เก็บเงินช่วยแม่ผ่อนบ้าน ของใช้อื่นๆ ถ้าไม่จำเป็นก็ยังไม่อยากซื้อ แต่ที่จะซื้อเร็วๆ นี้น่าจะเป็นคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊ก เพราะต้องใช้ในการเรียนด้วย

ดูจากปริมาณงานที่ทำ ถึงตอนนี้คิดว่าคงได้เห็นเงินล้านแล้ว อยากรู้จังว่าเด็กอายุแค่ 19 แต่มีเงินเก็บเป็นล้าน ความรู้สึกเป็นอย่างไร
     ตอนเห็นครั้งแรกก็ยิ้ม-ม-ม ดีใจที่สามารถหาเงินได้ด้วยตัวเองโดยไม่ต้องขอคุณพ่อคุณแม่ บางทีผมก็หาเรื่องไปแหย่ ไปกวนคุณพ่อ “ป๊าหาเงินเดือนหนึ่งได้เท่าไหร่เห็นของผมไหม” ท่านบอกว่าดีแล้วที่รู้จักเก็บถ้าไม่มีก็ขอได้นะ คุณพ่อจะคอยห่วงใยตลอด ท่านจะคอยถามคุณแม่ว่ามีเงินใช้ไหม พ่อเป็นคนหาเงินให้แม่เก็บตลอด ท่านจึงเหมือนเป็นไอดอลและฮีโร่ของผมเลย

++อ่านต่อในเล่ม++


read more...TALK-A-TIVE  No.670 (1 JANUARY 2011)
Topic ล่าสุด
« Back1 | 2 | 3 | 4 | 5 | 6 | 7 | 8 | 9 | 10Next »
Copyright © Amarin Printing and Publishing Company Limited.