จอห์น - วิญญู วงศ์สุรวัฒน์

❝(กวน) ทีนไอดอลคนใหม่ น่าสนใจที่สุดฮ้าร์ฟฟฟ...❞

     สี่ห้าปีก่อนหน้านี้ ถ้าเห็นหน้าจอห์น - วิญูญู วงศ์สุรวัฒน์ ชายไทยวัย 25 ปี หลายคนคงนึกถึงภาพการเป็นพิธีกรขวัญใจวัยรุ่นมาดเท่ที่พาคนดูไปเฮและอัพเดตเรื่องราวน่าสนใจในหมู่คนวัยทีน แต่มาตอนนี้ นาทีที่อินเทอร์เน็ตทีวีชื่อ ihere.tv มียอดคนเข้าไปคลิกดูกว่า 11 ล้านครั้ง เขาในฐานะพิธีกรรายการ เจาะข่าวตื้น รายการสุดฮ็อตที่ขึ้นชื่อเรื่องความยียวนกวนประสาทคนมีสี คนใส่เสื้อสี รัฐบาล รวมถึงสารพัดเรื่องราวไม่เอาอ่าวในสังคม ในสายตาเราได้กลายเป็นนักล้อการเมืองขวัญใจคนทุกเพศทุกวัยไปเรียบร้อยแล้ว

     ยุคที่คลื่นเทคโนโลยีเบียดบี้กับออกซิเจนในอากาศทุกซอกทุกมุมเมือง เพื่อเพิ่มอรรถรสแก่การสัมภาษณ์ ใครไม่เคยดูคลิปรายการ เจาะข่าวตื้น ที่เขายืนพื้นเล่าเรื่อง รบกวนให้เข้าไปคลิกดูก่อน ในหลายๆ ตอนที่เขายกมากัด มาหยอกมาล้อ ไม่ว่าจะตอนโอเน็ต โอ้ก็อด, นิทานสาม G, ยายมีเลี้ยงหอย, จีที 200, เจาะกีฬาสีเหลืองแดง, ชาโตเดอปรองดอง, ทุจริตชิมิฮ้าร์ฟฟฟ เรื่อยไปจนถึงเรื่องรถถงรถถัง นอกจากจะทำให้คุณฮาดังๆ แล้ว เชื่อว่าจะทำให้คุณทึ่งและชื่นชอบเขามากขึ้นด้วย (โดยเฉพาะสาวๆ ใช่ไหมฮ้าร์ฟฟฟ)

ทำไมต้องสวัสดีฮ้าร์ฟฟฟ...ด้วย
     (หัวเราะ) มันเป็นกิริยาที่แสดงออกมาโดยอัตโนมัติเวลาจัดรายการ ปกติผมจะเขียนสคริปต์รายการ เจาะข่าวตื้น ร่วมกับพี่สาวและพี่เขย เรามีความสนใจเรื่องราวที่คล้ายๆ กัน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการเมืองหรือเรื่องสังคม แต่พอมาทำรายการนี้ เราได้ปรับเปลี่ยนให้มันเป็นแนวเสียดสีประชดประชัน คือมองให้เป็นเรื่องตลก ก่อนถ่ายจะมีการวางประเด็นหลักๆ ไว้ว่าจะพูดถึงอะไรบ้าง แต่ถึงเวลาถ่ายจริงๆ ผมจะนำเสนอในสไตล์ผม เวลาพูดเรื่องอะไรก็ตาม ถ้าอิน ผมจะสนุกมาก เหมือนอารมณ์มันถูกบิลด์มาเรื่อยๆ เลยออกมาเป็น “สวัสดีฮ้าร์ฟฟฟ” อย่างที่เห็น

มีหนังสือบางเล่มนิยามความเป็นจอห์น-วิญญูว่าเป็นนักจัดรายการล้อเลียนการเมืองจริงๆ มันถูกต้องไหม
     ก็อาจจะมีส่วนที่ถูกต้อง เพราะผมก็สนใจเรื่องการเมือง แต่ถามว่าล้อการเมืองอย่างเดียวไหม ไม่ใช่ รายการ เจาะข่าวตื้น ทำทุกเรื่อง ทั้งสังคม การศึกษา การจราจร และสิ่งต่างๆ ที่อยู่รอบตัว จริงๆ ผมว่ามันเป็นการล้อเลียนและเสียดสีสังคมมากกว่า

แต่หนักสุดคือการเมือง
     เพราะเป็นเรื่องที่เจอบ่อยสุดและรู้สึกว่าเสียดสีง่ายสุด มันมีแต่เรื่องแบบ...(ถอนหายใจ) มันคิดกันได้ยังไง อย่างการสร้างสภาใหม่ คุณจะสร้างทำไม เพราะแค่เข้าประชุมยังไม่เข้าเลย ที่สำคัญคือมันเป็นเงินภาษีของพวกผมนะ เป็นการตัดสินใจที่บอกตามตรงว่ารับไม่ค่อยได้ มันเป็นการสนองความต้องการของคุณเองหรือเปล่า หรือมีเบื้องลึกเบื้องหลังยังไง แต่รายการของเราก็ไม่ถึงขั้นเจาะลึกลงไปว่ามีใครได้ผลประโยชน์ยังไง เราเพียงแค่ทำให้ผู้คนเกิดการตั้งคำถาม ตั้งข้อสังเกต โดยเฉพาะกับวัยรุ่นที่รู้สึกว่าข่าวการเมืองและข่าวสังคมเป็นเรื่องน่าเบื่อและไกลตัว

ถ้าจะบอกว่าข่าวการเมืองพูดแล้วทำให้อารมณ์ขึ้นมากสุด
     ก็น่าจะใช่ คุณพ่อของผม (รศ. ดร.โกวิท วงศ์สุรวัฒน์) สอนอยู่ที่คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ส่วนคุณแม่ (ผศ. แจนนิช เอ็ม. วงศ์สุรวัฒน์) สอนที่คณะจิตรกรรมฯ มหาวิทยาลัยศิลปากร กลางวันวันเสาร์และอาทิตย์ถือเป็นวันครอบครัว พ่อ แม่ผมและลูก 4 คน คือผม โรซี่พี่สาวคนโต
ทำงานที่ ihere.tv ด้วยกัน พี่ชายและพี่สาว ชื่อวินัยกับวาสนา คนหนึ่งเป็นอาจารย์สอนอยู่ที่คณะอักษรศาสตร์ จุฬาฯ อีกคนสอนที่เอไอที (ประเทศไทย)
     เวลาทุกคนมารวมตัวกันเรามักจะพูดถึงเรื่องราวต่างๆ ที่เกิดขึ้นในสังคมช่วงนั้น หลังกินข้าวเสร็จ ช่วงนั่งดื่มกาแฟ คุณพ่อกับคุณแม่จะถามว่าลูกได้ยินข่าวนี้ไหม คิดยังไงกับข่าวนี้ เปิดประเด็นไปสักพัก สังเกตว่า คุณแม่กับพี่สาวจะของขึ้น หงุดหงิด อารมณ์เสีย รู้สึกว่ากำลังโดนเอาเปรียบ “ทำไมคนถึงไม่ตาสว่างกันเสียทีนะ” พวกข่าวคอร์รัปชันและข่าวที่เกี่ยวกับการใช้สิทธิได้ไม่เต็มที่ของประชาชน คุณแม่ฟังแล้วเครียดมาก บางทีใส่อารมณ์จนความดันฯขึ้นเลย (หัวเราะ)
     คุณแม่ของผมเป็นคนอเมริกัน แต่อยู่เมืองไทยมา 30 ปี ท้ายที่สุดได้เปลี่ยนสัญชาติเป็นคนไทย ท่านจึงรู้สึกว่าที่นี่ก็เป็นบ้านท่านเหมือนกัน พอเห็นคุณแม่ของขึ้น คุณพ่อจะคอยเป็นกันชน บอกให้มองเป็นเรื่องตลกเพื่อลดความเครียด แต่ไม่ใช่ว่าจะตลกหรือประชดประชันอย่างเดียว ท่านบอกว่าต้องให้ความสนใจกับมันด้วย คิดว่านี่แหละคือสิ่งที่ส่งผลมาถึงผมและพี่สาวจนทำรายการนี้ออกมา ระยะเวลาในการดื่มกาแฟนานแค่ไหน บางทีก็เที่ยงวันถึงสามสี่โมงเลย ดื่มไปนั่งคุยกันไป เป็นแบบนี้มาตั้งแต่ผมอยู่อนุบาล บางทีคุณลุงของผมก็จะมาคุยกับคุณพ่อด้วย บางวันยาวไปถึงห้าโมงเย็น เมื่อก่อนก็สงสัยว่าคุยอะไรกันนักหนา พอโตขึ้น รู้อะไรมากขึ้น ก็เริ่มเข้าใจ

จอห์นทำงานพิธีกรมากี่ปีแล้ว
     8 - 9 ปีแล้วครับ เริ่มจากถ่ายโฆษณา เมื่อก่อนผมแคสต์งานบ่อยมาก งานของทางอาร์เอสผมก็ไปแคสต์ ผมเคยถ่ายเอ็มวีของไดอาน่าและวงไอน้ำด้วย แต่ท้ายที่สุดที่ที่เปิดโอกาสให้ผมทำคือจีเอ็มเอ็มทีวี เริ่มจากเป็นพิธีกรรายการ ทีนเซ็นเตอร์ ผมเป็นพิธีกรคนเดียว แล้วก็มีรายการ เวคคลับ ทำกับพี่วรรณสิงห์ ประเสริฐกุล

รู้สึกยังไงกับการเป็นพิธีกรวัยรุ่นซึ่งอายุเป็นตัวแปรหนึ่ง
     ไม่แปลกใจครับ ตอนทำรายการ เวคคลับ ผู้ใหญ่ที่จีเอ็มเอ็มทีวีก็บอกว่าจริงๆ รายการเวคคลับ สามารถทำต่อได้อีกสองสามปีด้วยซ้ำยังไม่ต้องเลิกก็ได้ ขณะที่รายการ รถโรงเรียน ซึ่งมีช่วงทอล์ค สัมภาษณ์ และเอนเตอร์เทนแขกรับเชิญและผู้คนในรายการสนุก ภาพลักษณ์ของพิธีกรจึงโตกว่าได้ ผู้ใหญ่เองก็ให้ความสำคัญกับจุดนี้ ไม่ใช่ว่าพออายุเรามากขึ้นก็ไปหาคนอื่นมาแทน ผมรู้สึกว่าเขาพยายามดูแลเราจนถึงที่สุด แต่ถึงจุดหนึ่ง พิธีกรบางคนก็เลิกทำแล้วไปมีวิถีชีวิตของเขาเอง เช่น ไปเรียนต่อ ไปทำธุรกิจ
     ผมว่าการทำงานตรงนี้ทำให้เรารู้จักตัวเองอย่างผม ตอนเด็กเคยอยากเป็นอัยการ แต่พอมาทำงานพิธีกรได้ 4 - 5 ปีก็รู้สึกว่านี่คือสิ่งที่เราชอบ เลยเปิดบริษัทและทำรายการทีวีออนไลน์อย่างที่เห็น

++อ่านต่อในเล่ม++


read more...TALK-A-TIVE  No.671 (16 JANUARY 2011)
Topic ล่าสุด
« Back1 | 2 | 3 | 4 | 5 | 6 | 7 | 8 | 9 | 10Next »
Copyright © Amarin Printing and Publishing Company Limited.