อร๊าย-ย-ย!!! แจ๊คจูงมือมาร์ช สวีทบนคอนโด มะเดี่ยว

อร๊าย-ย-ย!!! แจ๊คจูงมือมาร์ช
สวีทบนคอนโด
“มะเดี่ยว”

     มีโอกาสได้มาเล่นหนัง “Home ความรัก ความสุข ความทรงจำ” ด้วยกัน พอปิดกล้องปุ๊บ! สองหนุ่มหน้าใส มาร์ช - จุฑาวุฒิ ภัทรกำพล และแจ๊ค - กิตติศักดิ์ ปฐมบูรณา จึงจูงมือกัน เอ๊ย! ชวนกันไปเยี่ยมผู้กำกับมะเดี่ยว - ชูเกียรติ ศักดิ์วีระกุล ถึงคอนโด พร้อมกับแฉวีรกรรมในกองถ่ายแบบจัดหนัก ฟังแล้วก็อดคิดไม่ได้ว่า ทั้งแสบ ทั้งซ่า แต่น่ารักอะ!!!

     มะเดี่ยว: จริงๆ มีบ้านอยู่ที่เชียงใหม่ คอนโดที่นี่จึงเป็นเหมือนที่ทำงานมากกว่า อยู่มา 2 - 3 ปีแล้ว ปกติเวลาอยู่กรุงเทพฯจะไม่ค่อยออกไปไหน เพราะการเดินทางเสียเวลามาก ถ้าเป็นไปได้จะนั่งทำงานอยู่ที่บ้านมากกว่า สังเกตดู ที่นี่มีทั้งมุมหนัง เพลง มีห้องทำงานหนึ่งห้องที่มีทุกอย่างครบ ในห้องนอนแทบไม่มีอะไรนอกจากเตียง จอทีวีที่เห็นก็เอาไว้ดูหนัง ทำหนังเสร็จก็นั่งดูกันตรงนี้ บางทีก็ชวนลูกค้ามาดูงานหรือคุยงานกันที่นี่ ตัดหนัง แต่งเพลง อัดเพลง หรือขนาดทำเวิร์คชอปนักแสดงก็ยังทำที่นี่เลย เพราะฉะนั้นนักแสดงส่วนใหญ่จึงเคยมากันแล้วทั้งนั้น

     แจ๊ค: มาครั้งแรกจำได้ว่ารู้สึกกดดันมาก ยังไม่ค่อยคุ้น

     มะเดี่ยว: แต่พอคุ้นแล้ว คอมพิวเตอร์ก็เอาไปใช้ งานการไม่ทำ

     มาร์ช: ส่วนผมตอนแรกก็รู้สึกแปลกใจ ต้องทำเวิร์คชอปกันที่บ้านเลยเหรอ แต่พอมาเห็นแล้วรู้สึกว่าที่นี่ไม่เหมือนบ้านเท่าไร เหมือนห้องทำงานมากกว่า อุปกรณ์และทีมงานเต็มห้อง

     มะเดี่ยว: บางทีบอกเดี๋ยวเจอกันที่บ้าน หลายคนคิดไปไกลว่าจะทำอะไร ปรากฏมาถึงเห็นคนเดินเต็มห้องไปหมด

ภาพยนตร์เรื่อง “Home ความรัก ความสุข ความทรงจำ”

     มะเดี่ยว: “โฮม” เป็นหนังเกี่ยวกับความทรงจำของผู้คนที่หลากหลาย อาจเป็นเพราะชีวิตก้าวเข้าสู่ช่วงอายุ 30 แล้ว เจออะไรมาหลากหลายรูปแบบ จึงเป็นแรงบันดาลใจให้ลุกขึ้นมาทำหนังที่พูดถึงความทรงจำของตัวเองและคนอื่นที่ผ่านเข้ามาในชีวิต คนที่เราไม่เคยลืมเขา จะเรียกว่าเป็นหนักรักเต็มๆ ก็ไม่ใช่ เป็นหนังชีวิตเพียวๆ ก็ไม่เชิง

     แจ๊ค: อ้าว! อายุ 30 แล้วเหรอ นึกว่าเพิ่ง 20

     มะเดี่ยว: ปกติก็ดูเป็นคนหน้าอ่อนอยู่แล้ว จริงๆ เข้าวงการมาตั้งแต่ 14 - 15 นะ (หัวเราะ) หลังจากหนังเรื่อง “รักแห่งสยาม” เหมือนชีวิตเราได้ไปเจออะไรเยอะ ทั้งเรื่องดีและเรื่องแย่ จึงคิดว่าน่าจะรวบรวมเรื่องราวต่างๆ มาทำเป็นหนัง ส่วนน้องสองคนนี้ แจ๊คเห็นหน้ามาตั้งแต่ยังเป็นเด็กน้อยไก่กา เขาเล่นดนตรีอยู่ที่โรงเรียนบดินทร์เดชาซึ่งเราเคยไปสอนอยู่บ้าง รู้จักกับพี่สาวเขาด้วย ก่อนหน้านี้แจ๊คเคยมาแคสต์หนังเรื่อง “ฝัน หวาน อาย จูบ” แต่มันหล่อเกินไปสำหรับบทนั้น (หัวเราะ) ส่วนมาร์ชเข้ามาแคสต์กับโมเดลลิ่ง จำได้ว่าตอนนั้นรูปมาร์ชถูกส่งมาหลังๆ แบบไม่ขาย แต่เวลาเลือกนักแสดงจะชอบเป็นแบบนี้ ที่พรีเซ้นต์มาหน้าๆ เห็นแล้วก็เท่านั้น แต่กับมาร์ชเหมือนเรากวาดตามองไปที่โต๊ะที่เต็มไปด้วยรูปแล้วรู้สึกว่าเด็กคนนี้สบตาเราพอดี จึงตัดสินใจเรียกมา ปรากฏว่าก็งั้นๆ แหละ แต่ตอนนั้นต้องรีบเอาแล้ว (หัวเราะ) จริงๆ ทั้งสองคนเป็นเด็กน่ารัก เขามีความเป็นตัวละครที่เราต้องการ มีทักษะการแสดงอยู่บ้าง จำบทได้ เพราะเป็นหนังที่มีบทพูดยาวและเยอะ แล้วก็ดูมีไหวพริบปฏิภาณ หรือไม่โง่นั่นเอง (หัวเราะ) มาร์ชติดจุฬาฯ ส่วนแจ๊คตกกี่วิชานะ

     แจ๊ค: อย่าไปพูดถึงมันดีกว่าพี่ (หัวเราะ) ในเรื่องผมเล่นเป็น “บีม” เด็ก ม.3 เป็นนักบาสเกตบอลของโรงเรียน เป็นคนพูดมาก ขี้เล่น ซึ่งจริงๆ ผมไม่ได้พูดเก่งขนาดนั้น แรกๆ ที่เล่นก็ยากเหมือนกัน แต่ได้ทำเวิร์คชอปของพี่มะเดี่ยว 2 เดือนก็ดีขึ้นครับ

     มาร์ช: ผมเล่นเป็น “เน” ตากล้องประจำโรงเรียน เป็นคนเงียบๆ ไม่ค่อยมีเพื่อน ส่วนเพื่อนจะเห็นประโยชน์ของเราก็ต่อเมื่อจะให้ถ่ายรูปให้เท่านั้น จนกระทั่งได้มาเจอรุ่นน้องคนหนึ่งที่เขาจริงใจด้วย ผมก็เลยรู้สึกดีกับเขา ตอนแรกๆ ที่เข้าฉากจำได้ว่าเกร็งเหมือนกัน ทีมงานเยอะมากและเหมือนทุกคนฝากความหวังไว้ที่เราสองคน กว่าจะผ่านมาได้ก็หนักอยู่เหมือนกันครับ โชคดีที่ได้ทำเวิร์คชอปหลายครั้ง ทำให้สนิทกับทีมงานเร็ว

     แจ๊ค: มีอยู่ฉากหนึ่งเล่นเอาเหนื่อย คือผมต้องพูดกับตากล้องว่า “ไอ้เ -ี้ยตากล้อง” แต่ผมพูดเป็น “ตากล้องไอ้เ-ี้ย” ผิดซ้ำๆ อยู่หลายรอบ

     มะเดี่ยว: ฝนตกก็แล้ว ฝนหยุดตกก็แล้ว จนจะตกอีกรอบก็ยังพูดไม่ได้ บรรยากาศตึงเครียดมาก โดน “ชม” ไปชุดใหญ่ “น่ารักลูก เก่งมาก ค่อยๆ ทำนะลูก แต่เอาเวลากูคืนมาด้วย” (หัวเราะ)

     แจ๊ค: ชมจนผมซึ้งน้ำตาคลอ

     มาร์ช: วันนั้นน่ากลัวมาก ผมไปแอบอยู่หลังเสา (หัวเราะ) ส่วนฉากที่ยากของผมส่วนใหญ่จะเป็นฉากที่ต้องแสดงอารมณ์ผ่านแววตา ยากกว่าการที่เราต้องสามารถแสดงท่าทางหรือพูดออกมาครับ

วีรกรรมแสบๆ ในกองถ่าย

     มาร์ช: พี่มะเดี่ยวเป็นพี่ที่น่ารัก ใจดี อ่อนโยน แต่เวลาทำงานค่อนข้างจริงจัง

     มะเดี่ยว: ได้มาทำงานด้วยกัน เด็กสองคนนี้ก็เหมือนน้องเหมือนลูกเรา เอาลูกเขาไปถ่ายหนังที่เชียงใหม่ พ่อแม่ไม่ได้ไปด้วย ทีมงานก็ต้องคอยดูแลเป็นพิเศษ แต่ด้วยความที่เป็นวัยรุ่น ชอบไปโน่นไปนี่ตลอดเวลา เราไม่อยากห้ามหรอก แต่เกิดไปตกดอยขาหัก หัวแตก หรือโดนผึ้งต่อยขึ้นมา คนที่ซวยคือเราไง หนังจะถ่ายไม่จบ จริงๆ บอกตามตรงไม่ได้ห่วงพวกมันเลย ที่เห็นทำท่าเหมือนหวังดีคือ ห่วงงานตัวเองมากกว่า (หัวเราะ) แล้วแต่ละคนก็แสบๆ กันทั้งนั้น ไอ้มาร์ชนี่เห็นผู้หญิงเป็นไม่ได้ ต้องรีบเสนอตัวเข้าไปหา มีอยู่วันหนึ่งเราเรียกให้มาเข้าฉากได้แล้ว พอหันไปมอง โน่น! ไปยืนถือรองเท้าให้เอกซ์ตร้า

     มาร์ช: ขาเขาเจ็บพี่!!! (ฮา)

     มะเดี่ยว: ถุย!!! (หัวเราะ) เผลอไม่ได้ แป๊บเดียวหายไปไหนก็ไม่รู้ ส่วนไอ้แจ๊คบ้านช่องไม่ยอมกลับ หนังเลิกถ่ายไปแล้วแต่อยู่จนปิดกล้อง จริงๆ เราก็เข้าใจว่าอยู่กับเด็กพวกนี้ต้องเจออิทธิฤทธิ์ของวัยรุ่นกันบ้าง คอยดูแลกันไปเหมือนเป็นพี่เป็นน้อง ส่วนในใจได้แต่นึกว่าเมื่อไรมันจะกลับกรุงเทพฯ กันซะที (หัวเราะ)

ฝากเนื้อฝากตัว

     มาร์ช: ฝากให้ลองชมภาพยนตร์เรื่อง “Home ความรัก ความสุข ความทรงจำ” กันครับ ผมเชื่อว่าหนังเรื่องนี้จะทำให้มุมมองความรักของคุณเปลี่ยนไป

     มะเดี่ยว: ฝากน้องๆ ทั้งสองคนด้วยครับ ตั้งใจทำงานกันมาก(ลากเสียงยาว) หนังสนุก เพลงเพราะ

     แจ๊ค: หนาวตัวสั่นงิกๆๆๆ

     มะเดี่ยว: ได้โอกาสกอดกับแฟน (ฮา)

read more...แขกไปใครมา No.702 (1 MAY 2012)
Topic ล่าสุด
« Back1 | 2 | 3 | 4 | 5 | 6 | 7 | 8 | 9 | 10Next »
Copyright © Amarin Printing and Publishing Company Limited.