Top 10 The Finest Timepieces รวมที่สุดงานดีไซน์นาฬิการะดับเวิลด์คลาส

1213
Top 10 The Finest Timepieces

Top 10 The Finest Timepieces

วันนี้ SUDSAPDA.COM ขอนำเสนอ Top 10 The Finest Timepieces สุดยอดงานดีไซน์นาฬิกาหรูระดับเวิล์ดคลาสแห่งปี 2015 ที่โดดเด่นด้วยการประดิษฐ์กลไกผสานกับงานศิลปะที่ประณีตในทุกขั้นตอน ถือเป็นที่สุดแห่ง Artisan (อาร์ทิซาน) แต่ละผลงานล้วนเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวของแบรนด์อย่างแท้จริง พร้อมมอบประสบการณ์ความเอ็กซ์คลูซีฟเหนือระดับให้ชาวสุดสัปดาห์ได้ชมกัน ณ บัดนาว

 

Top 10 The Finest Timepieces

A. LANGE & SÖHNE : The LANGE 31

กุญแจสู่ขุมพลังแห่งกาลเวลา

A. LANGE & SÖHNE (เอ. ลังเงอ แอนด์ โซเนอ) หนึ่งในผู้สร้างตำนานอุตสาหกรรมนาฬิกาอันเที่ยงตรงแห่งเยอรมนี ได้สร้างประวัติการณ์ความคลาสสิคของนาฬิกาข้อมือขึ้นตั้งแต่ ค.ศ. 1845 โดยได้เชื่อมโยงรอยต่อกาลเวลาของความงดงามแห่งกลไกที่ผสานนวัตกรรมการประดิษฐ์นาฬิกาจากรุ่นสู่รุ่น

The LANGE 31 (เดอะ ลังเงอ 31) โดดเด่นด้วยกลไกไขลานพร้อมระบบ Constant-force escapement เอกสิทธิ์เฉพาะตัวของแบรนด์ที่สามารถจ่ายพลังงานสำรอง ผ่านสายสะพานเพื่อหมุนลานฟันเฟืองในการสะสมพลังงานให้กับตัวเรือนได้นานถึง 31 วัน นับเป็นนาฬิกาเรือนแรกของโลกที่ใช้ระบบไขลานในการทำงานและสะสมพลังงานได้ยาวนานที่สุด

 

Top 10 The Finest Timepieces

BLANCPAIN VILLERET SQUELETTE 8 JOURS

มิติความงดงามแห่งเรือนเวลาด้วยศาสตร์ชั้นสูงแห่งการแกะสลัก

BLANCPAIN (บลองแปง) แบรนด์นาฬิกาอันทรงคุณค่าจากสวิตเซอร์แลนด์ ที่บรรจงเรียงร้อยความงดงามของศาสตร์แห่งศิลป์สู่เรือนเวลามาตั้งแต่ ค.ศ. 1835

เปลือยความงดงามของนาฬิกาชั้นสูงสู่สายตาโลกผ่านคอลเลคชั่น VILLERET SQUELETTE 8 JOURS (วิลเลเรต์ สเคอเลตต์ 8 ฌูร์) ที่โดดเด่นด้วยการผสมผสานงานศิลป์ และงานฝีมือร่วมกันถึง 3 แขนง อย่างงานฉลุเปลือยโปร่งแบบสเกเลตัน (skeleton-working) งานขัดขึ้นมุม (chamfering หรือ beveling) และงานแกะสลัก (engraving) ที่ตกแต่งขึ้นด้วยมือทั้งหมด โดยภายในตัวเรือนได้ฉลุเปลือยโปร่งโชว์กลไกภายใน พร้อมทั้งยังสามารถรักษาความแข็งแกร่ง และกระบวนการทำงานได้อย่างราบรื่นและสมดุล

 

Top 10 The Finest Timepieces

VACHERON CONSTANTIN MALTE TOURBILLON

จักรวาลแห่งกลไกเวลาสู่ความเที่ยงตรงและแม่นยำ

VACHERON CONSTANTIN (วาเชอรอง คอนสแตนติน) ผู้ผลิตนาฬิการะดับสูงที่เก่าแก่ที่สุดในโลก เริ่มต้นไขลานจักรกลแห่งเวลามาตั้งแต่ ค.ศ. 1755 การันตีด้วยตราประทับอันทรงเกียรติ “ฮอลล์มาร์ค ออฟ เจนีวา”

VACHERON CONSTANTIN MALTE TOURBILLON (วาเชอรอง คอนสแตนติน มอลต์ ทูร์บิญอง) แสดงออกถึงศาสตร์ความรู้เฉพาะตัวที่มีเอกลักษณ์มาอย่างยาวนานด้วยกลไกทูร์บิญอง (Tourbillon) ควบคู่กับกลไกไขลานด้วยมือ คาลิเบอร์ 2795 ที่สร้างคาแร็กเตอร์ได้อย่างน่าสนใจ ควบคู่ไปกับการรักษาสไตล์คลาสสิค และสืบทอดความสง่างามของตัวเรือนที่รังสรรค์ขึ้นจากการสลักด้วยทองคำพิงค์โกลด์ 18 กะรัต บนกรงทูร์บิญองที่แสดงออกถึงสัญลักษณ์ของแบรนด์ได้อย่างโดดเด่น เผยงานฝีมือการตกแต่งในชิ้นส่วนกลไกแต่ละชิ้นด้วยมือทุกส่วนได้อย่างวิจิตรประณีตบรรจง

 

Top 10 The Finest Timepieces

TAG HEUER MONACO V4

ทะลุขีดสุดวิศวกรรมแห่งเวลา ปรากฏการณ์ปฏิวัตินาฬิการะบบกลไกครั้งยิ่งใหญ่ของโลก

TAG HEUER (แทค ฮอยเออร์) แบรนด์ผู้ผลิตนาฬิกาหรูสัญชาติสวิตเซอร์แลนด์ ได้ริเริ่มนำเสนอนวัตกรรมแห่งเรือนเวลาตั้งแต่ ค.ศ. 1860 โดยได้สะท้อนอัตลักษณ์ที่มีความเชี่ยวชาญผ่านขุมพลังครั้งยิ่งใหญ่กับเครื่องระบบ MONACO V4 กลไกอัจฉริยะที่ได้รับการจดสิทธิบัตรนวัตกรรมในระดับสากลไว้ 2 รายการ คือ ระบบส่งกำลังและระบบขึ้นลานอัตโนมัติ

TAG HEUER MONACO V4 (แทค ฮอยเออร์ โมนาโค V4) ถือเป็นนาฬิกาข้อมือเรือนแรกของโลกที่ขึ้นลานอย่างอัตโนมัติ โดยใช้เทคนิคการออกแบบและผลิตระดับสูงเช่นเดียวกับที่ใช้ในการพัฒนาระบบยานอวกาศทุกขั้นตอน โดยเชื่อมโยงผู้ที่มีความชำนาญจากหลากหลายสาขา ทั้งอุตสาหกรรมรถยนต์ ไอที คณิตศาสตร์ประยุกต์ เคมี วิศวกรรมคอมพิวเตอร์ และวิทยาศาสตร์เครื่องกล ก่อเกิดเป็นกลไกชิ้นใหม่ล่าสุดของ TAG HEUER

 

Top 10 The Finest Timepieces

MONTBLANC HOMAGE TO NICOLAS RIEUSSEC SPECIAL EDITION

การถอดรหัสครั้งใหม่ของนาฬิกาโครโนกราฟ ริอูซเซค ปี 1821

MONTBLANC แบรนด์นาฬิกา เครื่องเขียน และเครื่องหนังชั้นนำของโลก เริ่มต้นสร้างประวัติการณ์บันทึกเรื่องราวผ่านหยดหมึก ตั้งแต่ปี ค.ศ. 1906 และเริ่มสร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ในการผลิตนาฬิกาครั้งแรกในปี 1997

MONTBLANC HOMAGE TO NICOLAS RIEUSSEC SPECIAL EDITION (มงต์บลองค์ โฮมมาร์ท ทู นิโคลัส ริอูซเซค สเปเชี่ยล เอดิชั่น) เป็นคอลเลคชั่นที่ถ่ายทอดความงดงามแห่งเรือนเวลาโดยได้รับแรงบันดาลใจมาจากเครื่องบันทึกเวลา ‘Timewriter’ ในการแข่งขันม้าครั้งแรก Champs de Mars ณ กรุงปารีส เมื่อเดือนกันยายน ค.ศ. 1821 โดย มร. นิโคลัส ริอูซเซค ได้คิดค้นเครื่องจับ “วินาที” ผ่านการหยดของหมึกลงบนจานที่หมุนรอบตัวเอง 60 จุด (วินาที) ทำให้สถาบันวิทยาศาสตร์ในกรุงปารีสขนานนามว่าเป็นผู้คิดค้นระบบนาฬิกาโครโนกราฟและได้รับสิทธิบัตรเป็นคนแรกของโลก

 

Top 10 The Finest Timepieces

CENTURY ALLEGORY

นาฬิกาอัญมณีเหนือจินตนาการ

CENTURY (เซ็นจูรี่) เริ่มต้นเรื่องราวความเป็นที่สุดของอัญมณีแห่งกาลเวลาด้วยการเจียระไนแซฟไฟร์ ตั้งแต่ ค.ศ. 1919

CENTURY ALLEGORY (เซ็นจูรี่ เอลเลกกอรี่) ยังคงเน้นย้ำความวิจิตรแห่งการแกะสลักที่ทรงคุณค่าแห่งกาลเวลาอย่างสมบูรณ์แบบ ซึ่งถูกนำเสนอในการถ่ายทอดสู่หน้าปัดแห่งกาลเวลาด้วยความเชี่ยวชาญศาสตร์แห่งศิลป์ของ Atelier (อาร์เตอลิเย) ที่แกะสลักลวดลายดอกบัวด้วยมือให้มีความเสมือนจริง พร้อมนำเทคนิคการเคลือบลงยา Enamel (เอนนาเมล) แบบชอมพ์เลอเว่ (Champleve’) มาเติมแต้มความวิจิตรงดงามให้กับหน้าปัดเปลือกหอยมุกสีขาวพิสุทธิ์ ที่ครอบด้วยตัวเรือนแบบพิงค์โกลด์ และไวท์โกลด์ เฉกเช่นอัญมณีที่เลอค่าด้วยการเจียระไนแซฟไฟร์ด้วยมือถึง 96 เหลี่ยม และตกแต่งประดับเพชร 48 เม็ด น้ำหนัก 0.241 กะรัต

 

Top 10 The Finest Timepieces

CORUM GOLDEN BRIDGE AUTOMATIC

ผสานรอยต่อแห่งความคลาสสิคสู่เส้นทางโมเดิร์น สุดยอดจักรกลอัจฉริยะผสานศาสตร์และศิลป์บนเรือนเวลา

CORUM (โฆรุ่ม) นาฬิกาที่ทรงคุณค่าระดับคลาสสิคตั้งแต่ ค.ศ. 1977 ที่เน้นความสำคัญของกลไกโครโนกราฟและสายสะพานนาฬิกา

CORUM GOLDEN BRIDGE AUTOMATIC (โฆรุ่ม โกลด์เด้น บริดจ์ ออโตเมติก) ยกระดับเหนือกาลเวลาผ่านหน้าปัดสุดคลาสสิคที่ดีไซน์ด้วยกระจกแซฟไฟร์ ส่วนด้านหลังเปลือยโชว์ให้เห็นการทำงานของระบบไขลานออโตเมติกแบบลูกสูบ ที่โดดเด่นด้วยระบบเฟืองรูปสี่เหลี่ยมแนวตั้งสู่สะพานทองคำขนาดบางเท่าก้านไม้ขีด ภายในห้องเครื่องติดตั้งอยู่บนชุดกลไก CO -313 ที่ประกอบทับทิม 26 เม็ด เดินด้วยความถี่ 28,800 ครั้ง/ชั่วโมง เครื่องกลไกแกะสลักลายกิโยเช่ พร้อมสลักชื่อ CORUM เข็ม
ชี้เวลาเป็นทองเคลือบแบบเจาะโปร่ง

 

Top 10 The Finest Timepieces

Amadeo® Fleurier Monsieur BOVET

สะท้อนความงดงามหรูหรากับมุมมอง 180 องศา

ค.ศ. 1822 นับเป็นปีแห่งการเริ่มต้นของแบรนด์ Bovet (โบเว่ต์) โดยเฉพาะกลไลอัจฉริยะ คาลิเบอร์ (Calibre) ซึ่งล่าสุดได้นำเสนอกลไลอัจฉริยะอีกครั้งด้วยคาลิเบอร์ เวอทูเช่ II (Calibre a Specialites Horlogeres Virtuoso II) เอกสิทธิ์ที่คิดค้นขึ้นมาอย่างเฉพาะตัว

Amadeo® Fleurier Monsieur BOVET (อะมาดิโอ้® เฟอลิเย่ มอซิเออร์ โบเว่ต์) เรือนประณีตและสง่างามจึงถูกหมายมั่นให้มาเป็นต้นแบบชิ้นใหม่ซึ่งดูคลาสสิคและอยู่เหนือกาลเวลาทันทีที่เห็น นอกจากมาพร้อมคาลิเบอร์ใหม่ เครื่องบอกเวลาในคอลเล็กชั่นนี้ยังสะท้อนให้เห็นถึงหัวใจของการทำงานร่วมกับของระบบ Amadeo® ซึ่งเพิ่มความสามารถให้นาฬิกาข้อมือสามารถพลิกกลับไปมาได้เช่นเดียวกับการนำไปใช้เป็นนาฬิกาพกและนาฬิกาตั้งโต๊ะ ขับเคลื่อนด้วยกลไกจักรกลไขลานด้วยมือ และเปิดให้ชื่นชมโครงสร้างกลไกที่ไม่เหมือนใคร พร้อมเปลือยความงดงามของกลไกและสายพานการทำงานของนาฬิกาได้อย่างน่าอัศจรรย์

 

Top 10 The Finest Timepieces

ULYSSE NARDIN PACIFICA : The Art of Enameling

อัจฉริยะงานศิลป์แห่งกาลเวลาอันทรงคุณค่า

ULYSSE NARDIN (ยูลิส นาร์แดง) แบรนด์นาฬิกาคุณภาพที่มีประวัติศาสตร์อันเก่าแก่กว่า 169 ปี ที่ผสมผสานที่สุดแห่งสุนทรียภาพทางความงามแห่งจักรกลเวลาและศาสตร์แห่งประเพณีการผลิตนาฬิกาแบบดั้งเดิม

ULYSSE NARDIN: The Art of Enameling (ยูลิส นาร์แดง: ดิ อาร์ต ออฟ อินาเมล) โดยแต่ละชิ้นงานผสานนวัตกรรมทางเทคนิคกลไกที่ทันสมัยและอาศัยทักษะงานฝีมือชั้นสูงของช่างอีนาเมล ซึ่งเป็นศิลปะการเคลือบสีลงยา อันเป็นเทคนิคเก่าแก่ที่หาชมได้ยาก ทำให้ผลงานแต่ละชิ้นมีความเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว นำเสนอผลงานระดับมาสเตอร์พีซ The World Enamel : Pacifica, 2014 ( Thailand Limited Edition ) ความลุ่มหลงในงานศิลป์และการเดินทางที่ไม่สิ้นสุด อันนำมาสู่แรงบันดาลใจของนาฬิกาซีรี่ส์ที่สอง ภายใต้โปรเจกต์ The World Enamel ผู้ถ่ายทอดมรดกอันล้ำค่าของงานหัตถศิลป์ลงยาแบบ Cloisonné สู่ลวดลายของงานลงยาเป็นภาพแผนที่ทวีปต่างๆ ในมหาสมุทรแปซิฟิกบนหน้าปัด ขับเคลื่อนด้วยกลไกอัตโนมัติ Caliber UN-815 ผลิตจำนวนจำกัด 10 เรือน

 

Top 10 The Finest Timepieces

Parmigiani Fleurier Ovale Tourbillon

ความงดงามของเครื่องบอกเวลาชั้นสูงดีไซน์ร่วมสมัย

Parmigiani Fleurier (พาร์มิเจียนี เฟลอริเยร์) แบรนด์เครื่องบอกเวลาชั้นสูงดีไซน์ร่วมสมัยจากประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ถือกำเนิดขึ้นในปี ค.ศ. 1996 ด้วยความต้องการสร้างความสัมพันธ์ระหว่างพลังทั้งศาสตร์แห่งงานศิลป์และความ คิดสร้างสรรค์

Parmigiani Fleurier Ovale Tourbillon (พาร์มิเจียนี เฟลอริเยร์ โอเวิล ทูร์บิญอง) ได้นำระบบ Tourbillon (ทูร์บิญอง) เมนสปริงหลักที่มอบพลังขับเคลื่อนให้กับกลไกไขลาน คาลิเบอร์ PF501 ที่มาพร้อมความโดดเด่นด้วยการฉลุเปลือยโฉมห้องเครื่องอวดความงามของกลไกให้ ประจักษ์สายตา ตอกย้ำความหรูด้วยการเน้นงานขัดแต่งขึ้นมุมอย่างประณีต เสริมสร้างความสง่างามให้กับตัวเรือนได้มากยิ่งขึ้น มีให้เลือกในเวอร์ชั่นตัวเรือนโรสโกลด์ คู่กับพื้นหน้าปัดมุกสีดำ หรือ รุ่นตัวเรือนไวท์โกลด์ คู่กับหน้าปัดเงินขัดแต่งลายแบบ Cotes de Genève ผลิตจำนวนจำกัดเพียงรุ่นละ 30 เรือนทั่วโลก

ข้อมูลโดย : ดร.ปราโมทย์ เหรียญเจริญสุข ผู้เชี่ยวชาญพิเศษเรื่องนาฬิกาของประเทศไทย
Photo : Gaysorn’s Wonders of Horology