5 อาการบาดเจ็บจากการวิ่งที่ นักวิ่ง ควรระวัง!

338
นักวิ่ง

เห็นพี่ตูนวิ่งแล้วหลายคนคงอยากจะซ้อมวิ่งบ้างแน่ๆ แต่จะเป็น นักวิ่ง ยังไงให้ปลอดภัยนี่สิสำคัญเหมือนกันนะ สุดฯ มีคำแนะนำมาบอก จะได้อุ่นใจในแต่ละก้าว

นักวิ่ง

สำหรับมือใหม่หัดวิ่ง หรือนักวิ่งที่ชั่วโมงบินสูงแล้วก็ตาม ล้วนแล้วแต่เสี่ยงต่ออาการบาดเจ็บจากการวิ่งได้ทั้งนั้น มาดูวิธีที่ต้องเตรียมตัวรับมือและสังเกตอาการบาดเจ็บจากสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้นได้ทุกเมื่อ

นักวิ่ง

  1. ปวดตึงเอ็นร้อยหวาย

เอ็นร้อยหวาย คือบริเวณที่อยู่ด้านหลังเท้า เหนือส้นเท้า ที่ๆ มีเส้นเอ็นขนาดใหญ่เชื่อมต่อระหว่างเท้ากับน่องขา บริเวณนั้นจะรับปรงกระแทกเมื่อเราเดิน หรือวิ่งอยู่บ่อยๆ

สาเหตุ หากเราวิ่งกระแทกแรงๆ บ่อยๆ หรือวิ่งขึ้นทางชันอย่างภูเขา ใช้แรงผลักในการวิ่งมากขึ้น วิ่งด้วยฝีเท้าเร็วๆ หรือท่าวิ่งที่ทำให้เกิดอาการเส้นพลิก อาจมีโอกาสที่เราจะมีอาการบาดเจ็บที่เอ็นร้อยหวายได้

อาการ บริเวณเอ็นร้อยหวายบวม แดง ลงน้ำหนักแล้วเจ็บ ควรหยุดวิ่งแล้วพบแพทย์

  1. เจ็บกระดูกหน้าแข้ง

สาเหตุ เส้นเอ็นที่ด้านหน้า หรือด้านในของขาส่วนล่างเกิดอาการอักเสบ จากการใช้งานมากเกินไป

อาการ บริเวณหน้าแข้งตั้งแต่เข่าลงไป หรือด้านใน (ค่อนไปทางด้านหลังเล็กน้อย) ของขาบริเวณน่อง เหนือตาตุ่มมีอาการเจ็บ และปวดมากขึ้นเมื่อลองกดลงไป อาจจะไม่ได้ปวดรุนแรง แต่จะปวดไปตลอดระยะที่วิ่ง หรือเจ็บหลังจากวิ่งเสร็จ

  1. เจ็บพังผืดใต้ฝ่าเท้า

สาเหตุ เมื่อวิ่งมากๆ เกิดแรงกดที่บริเวณส้นเท้าไปจนถึงนิ้วเท้ามากขึ้นเรื่อยๆ อาจทำให้บริเวณพังผืดใต้ฝ่าเท้ามีอาการบาดเจ็บได้ นอกจากนี้หากพื้นรองเท้าแข็งเกินไป หรือใช้งานเท้าให้วิ่งโดยที่ยังไม่มีการวอร์มอัพเพื่อผ่อนคลายความตึงของฝ่าเท้าก่อน ก็อาจทำให้เกิดอาการบาดเจ็บได้อีกเช่นกัน

อาการ พังผืดใต้ฝ่าเท้าอาจอักเสบ ตึง ฉีก จนเป็นแผลได้ อาจมีอาการเจ็บมากตั้งแต่เช้าตื่นนอน แต่ความเจ็บจะค่อยๆ ทุเลาลง เมื่อได้เริ่มเดิน หรือวิ่ง

  1. ปวดเข่า

สาเหตุ เกิดจากเส้นเอ็น หรือกระดูกบริเวณเข่าเสียดสีกันมากเกินไป อาจเนื่องมาจากการวิ่งมากเกินไป ไมได้วอร์มกล้ามเนื้อเข่าก่อนวิ่ง การวิ่งลงเขาบ่อยๆ กระแทกขาบ่อยๆ หรืออาจเพราะน้ำหนักตัวมากเกินไป

อาการ เกิดอาการเจ็บปวดที่เข่าเมื่อเริ่มต้นเดิน หรือวิ่ง หากได้นั่งพักอาการปวดจะดีขึ้น แต่หากปวดมากๆ อาจเข่าบวมเพราะมีอาการอักเสบ

  1. ปวดหลัง

สาเหตุ อาจเกิดจากการวิ่งโดยโน้มตัวไปข้างหน้ามากเกินไป เกร็งลำตัวมากเกินไป และวิ่งเป็นระยะเวลา – ระยะทางที่มากเกินขีดจำกัดของร่างกาย

อาการ  มีอาการปวดหลังในขณะที่วิ่ง โดยอาจจะปวดไปทั้งแผ่นหลัง หรือปวดเฉพาะบริเวณหลังเอวเหนือสะโพกก็ได้

 

 

วิธีหลีกเลี่ยงอาการบาดเจ็บจากการวิ่ง

– ก่อนออกวิ่งจำเป็นต้องยืดเหยียดกล้ามเนื้อ เส้นเอ็นบริเวณขา และเท้าให้ดี รวมทั้งวอร์มอัพร่างกายให้ทั่วก่อนวิ่ง 5-10 นาที

นักวิ่ง

– ค่อยๆ เพิ่มระยะทาง หรือแรงวิ่งอย่างช้าๆ ไม่วิ่งในระยะทางไกลมาก หรือวิ่งเร็วมากในช่วงแรกๆ

– เลือกรองเท้าที่พอดีกับขนาดเท้า และพื้นรองเท้าออกแบบมาเพื่อรองรับแรงกระแทกได้ดี เหมาะสำหรับการวิ่งโดยเฉพาะ

– หากเพิ่งเริ่มวิ่ง ควรหลีกเลี่ยงการวิ่งที่ต้องใช้แรงมากเกินไป เช่น วิ่งขึ้น – ลงภูเขาหรือทางชัน การวิ่งที่ต้องกระโดดข้ามสิ่งกีดขวางอย่างต่อเนื่อง

– ไม่หักโหมในการวิ่งมากเกินไป

– รักษาระดับความเร็วในการวิ่งให้คงที่ ไม่วิ่งๆ หยุดๆ (ข้อนี้สำคัญมาก)

– วิ่งโดยหันปลายเท้าตรงไปข้างหน้าในทางที่เราวิ่ง ไม่วิ่งปลายเท้าชี้ออกไปด้านข้าง และไม่ลงด้วยปลายเท้า

นักวิ่ง

– เลือกวิ่งบนพื้นที่เรียบเสมอกันไปตลอดทาง ไม่เป็นหลุมเป็นบ่อ ถ้าเป็นพื้นปูอิฐหรือกระเบื้องต้องไม่เหลื่อมกัน เพราะจะเสี่ยงต่ออุบัติเหตุ เช่น สะดุดล้ม เท้าพลิก ฯลฯ

– ในการวิ่งเพื่อสุขภาพ ควรวิ่งก้าวไม่สั้นไม่ยาวจนเกินไป โดยระยะก้าวจะไม่เกินตำแหน่งเข่าของตัวเอง

– วิ่งหลังตรงตั้งแต่เอวขึ้นไป งอแขนเล็กน้อยแต่ไม่มากเกินไป (ไม่แคบว่า 90 องศา) และไม่กำมือแน่นจนเกินไป

– ผู้ที่มีน้ำหนักตัวมาก เช่น 70-80 กิโลกรัมขึ้นไป และไม่ค่อยได้วิ่ง หรือออกกำลังกายนัก อาจเริ่มต้นจากการว่ายน้ำ ขี่จักรยาน หรือเดินเร็ว ก่อนที่จะไปเริ่มวิ่งจริงจัง เพื่อให้กล้ามเนื้อทุกส่วนของขามีความคุ้นชิน มีความแข็งแรงมากพอที่จะรองรับแรงกระแทกจากน้ำหนักของตัวได้

ขอบคุณที่มา

HealthcarethaiJogandjoy , Healthline

เรื่องอื่นๆ ที่น่าสนใจ

ตูน บอดี้สแลม คนดีสมบัติของชาติ! (ดูคลิป)

รวมเศรษฐีใจบุญเมืองไทยคนใจดีมีอยู่จริง แรงใจจาก ตูน บอดี้สแลม ส่งต่อให้เกิดพลังดีๆ

10 ทริค บาลานซ์ชีวิต พิชิตเป้าหมาย “งานรุ่ง สุขภาพเริ่ด”