สะบัดทรงมั่นใจ บ๊ายบาย “ผมดีด”

5499

เสียเซลฟ์กันมั้ยเวลาที่ตื่นเช้ามาแล้วผมชี้ฟู ไม่เป็นทรง เรียกว่ารังนกดีๆ นี่เอง เราเรียกอาการนี้ว่า “ผมดีด” ค่ะ ซึ่งเป็นปัญหากับคุณสาวๆ มากๆ เลย เพราะจะให้มานั่งเซตก็เสียเวลา ไปทำงานไม่ทันอีก จะให้รวบผมตลอดเวลาก็เบื่อ เรามาดูสาเหตุของผมดีดและวิธีแก้กันดีกว่าว่าทำยังไงผมถึงจะตรงสลวยมั่นใจตลอดวัน

 

ดูแลถูกวิธี ก็ไม่มี “ผมดีด”

 

  1. ความร้อนจากดรายร์และเครื่องรีดผม

จริงๆ วิธีที่ถูกต้องคือไม่ควรใช้ความร้อนกับผม ควรปล่อยให้แห้งเองตามธรรมชาติ หรือใช้ลมเย็นเป่า แต่พอผมแห้งแล้ว อาการผมดีด ชี้ฟูก็มาทุกที สุดท้ายก็จบลงที่ใช้ดรายร์เป่าหรือเครื่องรีดผมช่วยทำให้ผมอยู่ทรง บางคนอยากให้ผมเป๊ะเร็วๆ ก็ยิ่งใช้ความร้อนสูงๆ นี่แหละตัวการผมเสียไปอีก เพราะทำให้ผมเสียความชุ่มชื้น แห้งกรอบ ชี้ฟู ดีดมากยิ่งขึ้น

ใช้ความร้อนสบายใจ ผมไม่ดีด

  • ปกป้องผมจากความร้อน อย่าลืมว่าผมกับความร้อนไม่ใช่ของคู่กัน ฉะนั้นก่อนใช้ความร้อนกับเส้นผมทุกครั้งต้องใช้ผลิตภัณฑ์ป้องกันเส้นผมจากความร้อน เพื่อให้ผมไม่สัมผัสกับความร้อนโดยตรงจนแห้งกรอบ
  • ดรายผมให้ถูกวิธี โดยต้องเช็ดผมให้แห้งที่สุดก่อนจะใช้ดรายร์เป่าผม เพราะถ้าดรายผมตั้งแต่ตอนผมเปียกๆ ความร้อนจะยิ่งพาเอาความชุ่มชื้นจากเส้นผมให้ระเหยไปกับน้ำด้วย
  • รีดผมสวยเป๊ะ ผมไม่ชี้ฟู ควรแบ่งผมเป้นช่อๆ แล้วรีดทีละช่อ เพื่อไม่ให้ผมบริเวณเดิมโดนความร้อนซ้ำๆ (เพราะหนีบช่อใหญ่แล้วผมไม่ตรงสักที) แถมการแบ่งผมเป็นช่อเล็กๆ แบบนี้ทำให้ผมตรงเป๊ะและสวยกว่าการหนีบช่อใหญ่ซ้ำหลายรอบอีกนะ

"ผมดีด"

 

2. ธรรมชาติทำร้ายผม อย่าคิดนะว่าแม้จะไม่ใช้ความร้อนกับเส้นผมแล้วผมจะไม่เสีย เพราะบางทีสิ่งที่เราคาดไม่ถึงอย่างปัจจัยทางธรรมชาตินี่แหละ เป็นตัวการสำคัญในการทำร้ายเส้นผมเลย

  • แสงแดด การตากแดดจัดๆ เป็นเวลานานทำให้ผมแห้งกรอบ เป็นต้นเหตุของปัญหาผมบาง เปราะ ขาดง่าย ทำร้ายผมไม่แพ้การกัดสีผม หรือการดัดผมเลยทีเดียว เพราะรังสี UV นี่แหละเป็นหนึ่งในตัวการทำลายเคราตินในเส้นผม
  • ความชื้น ไม่ว่าจะความชื้นในอากาศ หรือความชื้นเพราะต้องเจอฝน นอกจากจะทำให้ผมชี้ฟู จัดทรงยากแล้ว ยังทำให้ผมดูลีบแบนด้วย แถมปัจจุบันน้ำฝนก็ไม่สะอาด มีมลพิษเจือปน ก่อให้เกิดอันตรายต่อเส้นผมและหนังศีรษะ
  • อากาศแห้งในฤดูหนาว ชื้นมากไปก็ไม่ดี แต่ถ้าไม่มีความชื้นเลยก็ทำให้เส้นผมแห้ง เกิดประจุไฟฟ้า ผมก็เลยชี้ฟู แถมพอหนังศีรษะแห้งมากๆ ก็จะหลุดลอกกลายเป็นรังแคไปอีก

ดูแลผมจากภายใน ยังไงผมก็ไม่ดีด

วิธีที่ง่ายที่สุดในการดูแล ปกป้อง และฟื้นฟูเส้นผมคือต้องเคิมเคราตินเข้าไป เพื่อซ่อมแซมให้ลึกตั้งแต่โครงสร้างผม โดยใช้แชมพูและครีมนวดที่มีส่วนผสมของเคราติน และถ้ามีเวลา ควรหมักผมด้วยทรีตเมนท์ที่มีส่วนผสมของเคาราตินเช่นกัน เพื่อให้เส้นผมแข็งแรงขึ้น และจัดทรงง่ายในทุกสภาพอากาศ

"ผมดีด"

 

3. ใช้หวีผิดๆ ชีวิตเปลี่ยน การเลือกใช้หวีผิด อย่างเช่น ใช้หวีซี่ถี่หวีผมตั้งแต่ผมยังเปียกอยู่ เป็นสาเหตุที่ทำให้ผมขาดและชี้ฟูได้มากเลยนะ แถมถ้าไม่ทำความสะอาดหวีบ่อยๆ นั่นเป็นแหล่งสะสมของรังแค ฝุ่นละออง เชื้อโรค และสารเคมีที่ติดมากับเส้นผม ซึ่งทำให้เส้นผมเรารับเอาเชื้อโรคเหล่านั้นวนไปวนมาซ้ำๆ วิธีการหวีผมก็สำคัญ เพราะถ้าหวีจากโคนจรดปลายในครั้งเดียวจะทำให้เส้นผมพันกันและขาดง่ายอีกต่างหาก

ปรับพฤติกรรมการหวีผมซะใหม่ ผมไม่ดีดแน่นอน

  • หลังสระผม ขณะที่ผมยังเปียกอยู่ ควรใช้หวีซี่ห่างค่อยๆ สางเบาๆ จะช่วยลดอาการผมพันกันเมื่อผมแห้งได้
  • ควรรอให้ผมแห้งสนิทก่อนแล้วค่อยแปรงผม ไม่อย่างนั้นผมจะขาด
  • แบ่งผมเป็นส่วนๆ แล้วค่อยๆ หวี เพื่อไม่ให้ผมพันกัน โดยหวีจากด้านในสุดมายังด้านนอกสุด
  • ทำความสะอาดแปรงและหวีอยู่เสมอ เพื่อช่วยลดความเสี่ยวที่อาจเกิดกับเส้นผมและหนังศีรษะ
  • ควรใช้ผลิตภัณฑ์ที่ช่วยให้ความชุ่มชื้นกับผมก่อนแปรงผม เพื่อปิดเกล็ดผมและลดการเสียดสีระหว่างแปรงและเส้นผม

"ผมดีด"

 

4. ยางรัดผม เลือกไม่ดี ผมก็ดีดได้ การมัดผมช่วยอำไรางผมชี้ฟูได้ก็จริง แต่หลายคนมักจะคิดว่าใช้ยางแบบไหนก็เหมือนกันหมด แต่สังเกตดูดีๆ นะ การที่เรารัดผมบริเวณเดิมทุกวันทำให้เส้นผมบริเวณนั้นแห้งและหักงอ ยิ่งถ้าใช้ยางรัดแกงมามัดผมบ่อยๆ เวลาแกะผมออกมาก็จะทำให้ผมพันกัน เผลอๆ ผมขาดอีก

เลือกยางดีก็ไม่มีดราม่า

ควรเลือกยางรักผมที่มีผ้าหุ้ม จะทำให้รู้สึกสบายศีรษะมากกว่า และไม่รัดจนทำลายเส้นผม ยางอีกแบบที่แนะนำคือยางที่มีลักษณะเป็นสปริงคล้ายสายโทรศัพท์ ยางแบบนั้นจะไม่รัดแน่นมาก ไม่ทำให้ผมเป็นรอยชัวร์

 

5. สารเคมีจากการยืด ดัด และทำสีผม เข้าใจว่าเทรนด์แฟชั่นกับสาวๆ เป็นของคู่กัน แต่กว่าจะได้สีที่ถูกใจต้องกัดสีผมไม่รู้กี่รอบ สีผมยิ่งเข้มยิ่งต้องกัดนานๆ นอกจากนี้ถ้าอยากได้ทรงผมเป๊ะๆ ก็ต้องยืดและดัดผมต่ออีก สารเคมีต่างๆ เหล่านี้แหละทำร้ายเส้นผมสุดๆ

ทำเคมีถูกวิธี ผมก็ไม่เสีย

  • การยืด ดัด และทำสีผม ควรเว้นระยะห่างกันประมาณ 3 เดือนถึงจะทำซ้ำได้อีกรอบ เพื่อไม่ให้เส้นผมโดนสารเคมีทำร้ายซ้ำแล้วซ้ำอีก
  • ควรผสมเซรั่มลงไปในผลิตภัณฑ์เคมีด้วย เพื่อป้องกันเส้นผมอีกทางหนึ่ง
  • หมั่นทำทรีตเมนท์ผม โดยหาทรีตเมนท์ที่มีส่วนผสมของเคราตินมาหมักผม

 

ข้อมูลจาก TREsemme

ภาพจาก Pinterest : May Nakamura , HairChi – Get Beautiful Hair , haircare1381 , Profile Hair Centre , foodgawker , Julia Maranhao , Allison Rogers , Jaasmin Hunte , Christine Oh

 

เรื่องราวน่าสนใจอื่นๆ

3 วิธี เพิ่มวอลุ่มให้เส้นผม แบบทันตาเห็น

15 ทรงผมรับซัมเมอร์ สำหรับสาวผมยาว จัดไปครึ่งเดือนไม่ซ้ำ!

ผมมวยสูง รับร้อน สไตล์เหล่าดาราสาว