แจ้งเกิดเทรนด์สตรี เที่ยวทั่วไทย 2017 #ห่มสไบนุ่งไทยไปเซลฟี่

6580

ซัมเมอร์นี้มีโปรแกรมนัดเพื่อนเที่ยวรึยัง สุดฯ ขอนำเสนอแพ็คเกจ “เทรนด์ใหม่ สตรีเที่ยวไทย” ที่นอกจากจะได้ไปเปิดหูเปิดตาอัพเดตแหล่งเช็คอินเที่ยวตามวิถีไทยที่กำลังอินเทรนด์แล้ว งานคอสตูมก็ควรจัดเต็มดูบ้าง ดังตัวอย่างที่ทีมสุดฯ ลงทุนพลีร่าง จัดเต็มคอสตูมแน่น #เพื่อคุณผู้อ่านไงจะใครล่ะ

 

เมืองมัลลิกา ร.ศ.124

นุ่งโจง-ห่มสไบ ย้อนวันวานสู่ยุค ร.5  

เที่ยวทั่วไทย         

เมืองแห่งวัฒนธรรม มีทั้งบ้านเรือน ร้านค้า อาหาร และจำลองวิถีชีวิตให้คล้ายกลับไปในช่วงปลายรัชสมัยสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (ร.5) หลังจากประกาศเลิกทาส ที่แค่เริ่มเช็คอินตรงด้านประตูวังจำลองที่ใหญ่โตอลังการ ก็เหมือนดึงเรากลับไปสู่อดีตแล้ว

Costume:

–ที่นี่มีชุดไทย เครื่องประดับ พร็อพให้เช่าพร้อม มีทั้งชุดไทยโจงกระเบน-สไบ ค่าเช่า  200 บาท และชุดไทยเสื้อลูกไม้แขนหมูแฮม 300 บาท ส่วนของผู้ชาย เสื้อผ้าแพรพร้อมโจงกระเบน 100 บาท สำหรับคุณหนูๆ ชุดไทยเด็ก 50 บาทเท่านั้น

– ที่นี่ตั้งใจไม่นุ่งโจงกระเบนสำเร็จรูป เพราะต้องการให้คนยุคนี้รู้ว่าคนโบราณแต่งตัวกันอย่างไร ใส่ไม่เป็นไม่ต้องกลัว จะมีพนักงานคอยช่วยนุ่งโจงห่มสไบให้เรียบร้อย คุณนกยูงพร้อมสู้กล้องแล้วเจ้าค่ะ

เที่ยวทั่วไทย

Hilight:

– สะพานหัน เรียกตามลักษณะตัวสะพานที่สมัยก่อนเป็นไม้แผ่นเดียวพาดข้ามคลอง ปลายข้างหนึ่งตรึงแน่นอีกข้างไม่ตอกติด สามารถจับหันไปมาได้เพื่อให้เรือแล่นผ่าน สมัยรัชกาลที่ 5 ได้เปลี่ยนทำเป็นสะพานริอัลโตทีนครเวนิช และที่ปองเตเวกดิโอ เมืองฟลอเรนซ์ คือเป็นสะพานไม้โค้งกว้าง สองฟากสะพานมีห้องแถวเล็กๆ ให้ขายของ ตรงกลางเป็นทางเดิน สะพานนี้ในหลวงรัชกาลที่ 5 โปรดเสด็จประพาสซื้อผลไม้แห้งที่นำมาจากต่างประเทศ เช่น ลูกพลับและผลไม้แห้งอื่นๆ

–ย่านการค้า สมัยร.ศ. 124 มีย่านการค้าที่ขึ้นชื่อ จึงจำลองตึกรามบ้านช่องในย่านสามแพร่ง ได้แก่ แพร่งนารา แพร่งภูธร  แพร่งสรรพศาสตร์ ย่านเยาวราช และบางรัก ขายอาหารไทย ของกินเล่น ขนมไทยโบราณ งานฝีมือ น้ำอบน้ำปรุง ส่วนใครต้องการจับจ่ายใช้สอย ต้องแลกเงินที่“แบงก์สยามกัมมาจล”ใช้จ่ายเป็นเงินสตางค์เท่านั้น
อัตราการแลกเงิน 1 สตางค์ = 5 บาท (ใช้ไม่หมดแลกคืนได้)เดินเข้ามาในย่านการค้านอกจากจะแฮปปี้กับขนมโบราณอร่อยๆ เมนูอาหารรสดีแล้ว ยังได้เห็นคนที่นี่ตำข้าวเหนียว โม่แป้ง ขูดมะพร้าว ซึ่งกิจกรรมภายในเมืองมัลลิกาเราขอลองทำได้ด้วย อีกสิ่งที่น่าประทับใจคือพนักงานและพ่อค้าแม่ค้าทุกคนใส่ชุดไทย มารยาทงาม พูดจาไพเราะลงหางเสียงด้วย “ขอรับ” “เจ้าค่ะ” กันทุกคน

–หอชมเมือง จำลองหอคอยคุกที่ใช้สำหรับตรวจตราป้องกันไม่ให้นักโทษหนี ณ เมืองมัลลิกาใช้สำหรับขึ้นไปชมวิวสวยมุมสูง

–เรือนแพ สมัยนั้น ผู้คนมักใช้แม่น้ำในการสัญจร ร้านค้าส่วนใหญ่ตั้งอยู่ริมน้ำ มีเรือนแพเป็นที่ตั้งของร้านข้าวแกงทรงโปรงและร้านกาแฟตงฮู ขายเมนูที่รัชกาลทรงโปรดเช่น หมูหวาน มัสหมั่น แกงเขียวหวานไก่ ขนมจีน-น้ำพริก ฯลฯ และยังมีพ่อค้าแม่ค้าขายของกันบนเรือด้วย

–โรงครัว โซนนี้ประกอบด้วย โรงสีข้าวโบราณ ยุ้งข้าว โรงครัว สัมผัสการฝัดข้าว สีข้าวแบบโบราณ การหุงข้าวเตากระทะใบบัว โรงครัวนี้จะทำอาหารสำหรับเสิร์ฟมื้อดินเนอร์ และเลี้ยงพนักงาน เปรียบกับโรงครัวสมัยก่อนที่ต้องทำอาหารให้เจ้านาย รับรองแขก และเลี้ยงบ่าวไพร่

–เรือนเดี่ยว เรือนชาวบ้าน ผู้อาศัยคือชนชั้นกรรมาชีพ ทำไร่ ทำนา ปลูกผัก

–เรือนคหบดี เรือนคนมีฐานะ บนเรือนแสดงวิถีความเป็นอยู่แบบปราณีต ซึ่งจะมีกิจกรรมบนเรือน เช่น งานใบตอง งานดอกไม้ งานเครื่องแขวน งานแกะสลักผลไม้ หญิงไทยอย่างเราลองทำดูบ้าง ฝีมือก็ดีอยู่นะ

–เรือนหมู่ สำหรับรับแขกบ้านแขกเมืองของคหบดีนิยมมีคณะนาฎศิลป์ประจำบ้าน ที่เมืองมัลลิกาจะจัดมื้อดินเนอร์พร้อมการแสดงกันที่นี่

Budget

  • เปิดทุกวัน 9.00-19.00น. (ขายบัตรถึง 17.30น.) ค่าเข้า ผู้ใหญ่ 250 บาท เด็ก 120 บาท
  • เวลาอาหารเย็นและการแสดง 18.30-20.00น.ค่าเข้า + อาหารเย็น + ชมการแสดง ผู้ใหญ่ 700 บาท เด็ก 350 บาท (ให้บริการอาหารและการแสดงทุกวัน ยกเว้นวันอังคาร)

เมืองมัลลิกา ร.ศ.124 ตรงข้ามปราสาทเมืองสิงห์ ตำบลสิงห์ อำเภอไทรโยค จังหวัดกาญจนบุรี โทร 034-540884-86 www.mallika124.com

 

ตามไปเที่ยวสไตล์สาวชวนสวนที่หน้าถัดไปจ้า