สุดฯ แยกพัฒนาการ อเล็กซ์ เรนเดลล์ นักแสดงมากฝีมือ

11349

ถือว่าเป็นนักแสดงมากฝีมือที่ใครๆ ก็อยากร่วมงานด้วย สำหรับ อเล็กซ์ เรนเดลล์ ที่พูดเลยว่าเราเห็นเขาคนนี้ตั้งแต่ยังเป็นนักแสดงเด็กน้อยตัวกระเปี๊ยก จนตอนนี้กลายเป็นหนุ่มมาดเท่ แถมยังมีฝีมือการแสดงที่หาตัวจับได้ยากอีกต่างหาก สุดฯ เลยอยากพาไปดูพัฒนาการของเขาตั้งแต่เริ่มเข้าวงการจนถึงปัจจุบัน

 

สุดฯ แยกพัฒนาการ อเล็กซ์ เรนเดลลล์

 

อเล็กซ์เข้าวงการมาตั้งแต่อายุ 4 ขวบ แต่ได้มาเล่นละครจริงจังตอนอายุ 8 ขวบ โดยละครเรื่องแรกของเขาคือ หัวใจและไกปืน ในปี 2541 ถัดมาในปี 2542 อเล็กซ์ในวัย 9 ขวบก็มีผลงานถึง 3 เรื่อง คือ คุณชาย, รักสุดท้ายที่ปลายฟ้า และ ละครเทิดพระเกียรติชุดใต้แสงตะวัน ตอน แสงเทียน ซึ่งเรื่อง รักสุดท้ายที่ปลายฟ้า เป้นเรื่องที่ทำให้คนตกหลุมรักหนุ่มน้อยคนนี้

อเล็กซ์ เรนเดล

ในปี 2543 และ 2544 อเล็กซ์มีผลงานละครรวม 4 เรื่อง คือ ยอดชีวัน, ทองพูน โคกโพ ราษฎรเต็มขั้น, เก็บแผ่นดิน และ พี่เลี้ยงกึ่งสำเร็จรูป ซึ่งนับว่าเป็นช่วงท้ายๆ ที่เขาจะเล่นเป็นนักแสดงเด็กตัวจิ๋ว เพราะปีถัดไปเขาก็เริ่มแตกเนื้อหนุ่มแล้ว

อเล็กซ์ เรนเดล

ดูเหมือนว่าปี 2545 จะเป็นปีที่พีคที่สุดของการเล่นละครของเขา เพราะตัวละครอยู่ในวัยกำลังโต ซึ่งพอเหมาะกับอเล็กซ์พอดี เขาจึงมีละครในปีนั้นถึง 6 เรื่อง คือ ลูกผู้ชาย, อะไรครับ, ดลกคู่ของใหม่, บ่วงบรรจถรณ์, สาวน้อยในตะเกียงแก้ว และ สะใภ้จ้าว ต่อมาในปี 2546 อเล็กได้เล่นละครประวัติศาสตร์เรื่อง กษัตริยา โดยรับบทเป็น พระเอกาทศรถ หรือ องค์ขาว (ตอนเด็ก) และอีกเรื่องคือเรื่อง ครูสมศรี

อเล็กซ์ เรนเดล

ปี 2547 และ 2548 เขามีละครปีละ 1 เรื่อง คือ รักสุดขั้ว และ หมอผีไซเบอร์ แต่ในปี 2549 บอกเลยว่าพีคอีกแล้ว เพราะเขามีละครถึง 6 เรื่อง ซึ่งเป็นช่วงวัยที่เขากำลังเป็นวัยรุ่นเลย ละครทั้ง 6 เรื่อง คือ คดีเด็ด เหตุแห่งรัก, ก๊วนใสหัวใจสะออน, กระดานสีรุ้ง, สะดุดรัก, ชัยชนะของแม่ และ บัวปริ่มน้ำ

ส่วนปี 2550 และ ปี 2551 มีละครรวม 4 เรื่อง คือ มณีดิน, คือสายใยแห่งรัก, สุดแต่ใจจะไขว่คว้า และ พริกไทยกับใบข้าว ซึ่งเรื่อง สุดแต่ใจจะไขว่คว้า เป็นละครสะท้อนสังคมที่อเล็กซ์ถ่ายทอดอารมณ์ได้ดีมาก และเรื่องนี้เขาได้เล่นคู่กับ แต้ว-ณฐพร ด้วย

ในปี 2553 อเล็กซ์มีละคร 2 เรื่องคือ เพลิงสีรุ้ง และ สามหัวใจ ส่วนปี 2554 อเล็กซ์ได้รับบทพระเอกครั้งแรกคู่กับ แพท-ณปภา ในเรื่อง สะใภ้ไม่ไร้ศักดินา และมีละครอีกเรื่องในปีเดียวกันนั่นคือ รักปาฏิหาริย์

ในปี 2555 เขามีละครเรื่อง หงส์สะบัดลาย แต่บอกเลยว่าปี  2556 เป็นปีที่พิสูจน์ฝีมือของเขาจริงๆ เพราะมีละครถึง 3 เรื่อง คือ แรงปรารถนา, สาปพระเพ็ง และ สามี ซึ่งเรื่อง สามี นี้เขารับบทร้ายโรคจิตได้น่ากลัวสุดๆ จนทำให้เขาได้รับรางวัลนักแสดงสมทบชายและบุคคลที่เป็นที่พูดถึงมาหที่สุดจาก 4 เวทีด้วยกัน คือ รางวัลโทรทัศน์ทองคำ, รางวัลนาฏราช, รางวัลไนน์เอ็นเตอร์เทน อวอร์ด และเอ็มไทยท็อปทอล์กอะเบาต์ 2016

ปี 2557 เขามีละครอีก 3 เรื่อง คือ รักต้องอุ้ม (รับเชิญ), สวยร้ายสายลับ และ สามใบไม่เถา ซึ่งรับบทเป็นหนึ่งใน 3 พระเอกจากเรื่องนี้ด้วย คู่กับ ณิชา-ณัฏฐณิชา ส่วนปี 2558 เขาพักงานละครไปหนึ่งปี

ปี 2559 เขามีละครเรื่อง เลือดรักทระนง เพียงเรื่องเดียว ซึ่งเรื่องนี้เขาพลิกบทบาทจากหนุ่มมาดกวนหรือบทร้ายๆ มาเป็นคุณชายมาดนุ่มแสนดี ซึ่งบอกเลยว่าทำได้ดีไม่แพ้บทอื่นๆ

และในปีนี้เขาก็มีละครมาให้เราได้ดูกันอีกครั้งกับเรื่อง อาคม ที่กำลังออนแอร์อยู่ใ นบทน้องชายมาดกวนของนางเอก ที่มีพลังพิเศษในการสื่อสารทางจิตได้ เป็นอีกเรื่องที่สนุกน่าติดตามไม่แพ้เรื่องอื่นๆ เลย

ภาพจาก ads.manager.co.th , www.tvbento.com , pantip.com , baabin.com , www.dek-d.com , movie.sanook.com

ข้อมูลจาก th.wikipedia.org

เรื่องราวที่น่าสนใจอื่นๆ

เจมส์ มาร์ ละครมาไม่บ่อย แต่อร่อยทุกเรื่อง

มาร์กี้-ราศรี กับละครที่ทำให้คนดูหลงรัก

ณิชา-ณัฏฐณิชา กับพัฒนาการความน่ารักที่เพิ่มขึ้นทุกวัน