เปิดหน้ากากเมาท์ “จิงโจ้” แร็พเปอร์งงเด้ งงเด้

7699

อีกคนที่กลายเป็นขวัญใจไทยแลนด์แบบไม่ทันตั้งตัว กระแสดีเว่อร์จนเกิดเรือน คุณหลวงผลิต ขึ้น ใครได้ดูได้ฟังก็คงหลงรักไปตามๆ กัน แต่กว่าจะเผยตัวตนออกมาก็ทำเอาลุ้นกันแทบแย่ ส่วนเรื่องราวหลังหน้ากาก “จิงโจ้” จะสนุกและน่ารักขนาดไหน ตามสุดฯ ไปคุยกับเขากันเลย   

 

เป็ก-ผลิตโชค อายนบุตร / “จิงโจ้” แร็ปเปอร์งงเด้

จิงโจ้ VS. เป๊ก ความเหมือนและต่าง

พูดได้ว่าจิงโจ้มีความเป็นเป๊ก-ผลิตโชคอยู่ประมาณ 90 เปอร์เซ็นต์ ในเรื่องของการใช้เสียงนะครับ ส่วนอีก 10 เปอร์เซนต์ให้กับท่าทางที่กวนคนดู เพราะปกติผมไม่ค่อยตอบคำถามแบบกวนๆ เท่าไร แต่ทุกครั้งที่ขึ้นไปแข่งบนเวที The Mask Singer ผมตอบแบบกวนๆ ตลอด จนทำให้วลี ‘งงเด้ๆ’ กลายเป็นวลีเด็ดที่ทุกคนต้องเล่นทุกวีค คือตอนนั้นเราไม่ทันได้เตรียมตัวแล้วกรรมการอยากให้แร็ปสด ก็เลยร้องไปว่า ‘นึกไม่ออกๆ….งงเด้ๆ’ ดันกลายเป็นฮิตขึ้นมาซะงั้น จนตอนนี้กำลังจะทำสติกเกอร์ขายละครับ

เบื้องหลังอันยากเย็นของหน้ากากจิงโจ้

ต้องบอกว่าเป็นการอัดรายการที่มันมากครับ เพราะทั้งสนุก ทั้งร้อน ทั้งอับ เหงื่อออก เปียกทุกอย่าง ไม่ได้นอน นอนน้อย ถ่ายเสร็จตีสี่ตีห้า เหนื่อยนะ แต่สนุกมาก ส่วนการใส่หน้ากากสำหรับผมไม่รู้สึกอึดอัดนะ อาจจะแค่แปลกๆ เพราะปกติเวลาจะโชว์อะไรต่อหน้ากล้องหรือออกสู่สาธารณะชน เราจะต้องแสดงตัวตนความเป็นเรา คนดูก็จะรู้ว่านี่คือเราและจะมีปฏิกิริยาต่างๆ กันไปต่อตัวตนของเรา แต่พอสวมหน้ากากเขาไม่รู้ว่าเราเป็นใคร เห็นแค่ว่าเราคือหน้ากากจิงโจ้มาร้องเพลงมาเต้นให้เขาฟัง ซึ่งปฏิกิริยาที่เขามีต่อเราภายใต้หน้ากากแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิงกับที่เราเคยเห็น คือผมไม่ค่อยได้เห็นสีหน้าแบบนี้ของคนดูเท่าไรตอนที่เป็นเป๊ก-ผลิตโชค

 

หลอกกรรมการจนมุม คิดว่าเป็น ชิน-ชินวุฒ

สารภาพก็ได้ว่าผมแอบสวมบทชิน เพราะรู้อยู่แล้วว่าคนจำเสียงเราได้ ฉะนั้นจึงต้องทำให้คาแรคเตอร์แตกต่างออกไปจากความเป็นเรา พอวีคแรกที่กรรมการและคนดูทายกันว่าเป็นชิน เราก็เริ่มจับทางได้ หลังจากนั้นผมก็ทำตัวฮิปฮอปให้เป็นชินไปเลย แล้วอยู่ๆ วันหนึ่งชินก็มาทัก Hello Kangaroo เราก็เฮ้ย! ทำไมทำงี้ ก็เลยเบี่ยงประเด็นทำเป็นถามไปว่า วีคหน้าเตรียมเพลงหรือยัง ชินก็ตอบกลับมา เออ! นั่นดิจะร้องเพลงอะไรดี ทีนี้เข้าทางเราเลยบอกว่าเอาเพลงเก่าๆหน่อยแล้วกันจะได้ซึ้งๆ โชว์พลังเสียงไปเลย  คือช่วยกันสับขาหลอกให้แฟนคลับงง ก็ถือเป็นความสนุกอย่างหนึ่งครับ

เปิดหน้ากากปุ๊บ ดราม่ามาเต็ม

โดนด่าเรื่องอะไรผมยังไม่รู้เลย คือไม่มีใครส่งอะไรมาให้อ่าน เพราะเวลามีข่าวแบบนี้เพื่อนๆ พี่ๆ จะรู้ว่าถ้าเราเห็นแล้วต้องไม่สบายใจ ก็เลยไม่มีใครส่งมาให้ ส่วนตัวผมเองก็ไม่ได้ตามอ่านอะไรในพันทิพหรือโซเชียลเน็ตเวิร์ก ก็เลยไม่ทราบว่าเขาด่าเราเลเวลไหน จนมาเริ่มเอะใจตรงที่พอเราโพสต์อะไรไปทำไมมีคนมาคอมเม้นท์ให้กำลังใจเยอะจัง แบบสู้ๆ นะคะ เป็นกำลังใจให้นะครับ เราก็หืม…ต้องมีอะไรเกิดขึ้นแน่เลย แล้วก็มาทราบทีหลังว่าเขาติงเราเรื่องพูดไม่ชัด ซึ่งน่าจะมาจากคำๆ หนึ่ง ที่ผมพูดตอนเปิดหน้ากากว่า ‘วันนี้ก็รู้สึกดีใจที่ได้มารายการนี้ เพราะว่าได้ Challenge กับทุกคน’ แล้วอารมณ์แบบคนไม่ได้นอน เพราะอัดรายการตั้งแต่ 7-8 โมงเช้าถึงตี 5 ก็อาจจะมีมึนๆ บ้าง สมองอาจจะไม่อยู่กับที่แล้ว เลยทำให้คนไม่ชอบ

 

กระแสตีกลับกลายเป็น เป๊กห้างแตก

หลังจากดราม่าก็มีกำลังใจส่งมาเยอะมาก จากที่เมื่อก่อนโพสต์อินสตาแกรมทีมีคอมเม้นท์ร้อยสองร้อย เดี๋ยวนี้เป็นหลายพันคอมเม้นท์ ยอดไลค์ก็ถล่มทลาย เราเลยคิดว่าต้องมีสิ่งที่ดีเกิดขึ้นแน่ๆ จนวันที่ไปโชว์ร้องเพลงในห้างครั้งแรกหลังจากถอดหน้ากาก เป็นงานเล็กๆ เราก็ไม่ได้คิดอะไรมาก แต่พี่พีอาร์บอกว่าวันนี้คนอาจจะไปดูเยอะหน่อยนะ เราก็อืมๆ ไม่ได้คิดว่าจะเยอะขนาดนั้น คือมากันจนเต็มฮอลล์ไม่พอ ล้นออกไปถึงข้างนอก เราขึ้นโชว์ทุ่มหนึ่งแต่เขามารอกันตั้งแต่ 10 โมง เพื่อที่จะมาจองที่ที่ดีที่สุด ให้ใกล้เราที่สุด ผมนี่อึ้งจนพูดอะไรไม่ถูก ได้แต่หยิกแขนตัวเองว่าจริงเหรอเนี่ย มันเหมือนทุกคนมาทดแทนสิ่งที่หายไปในช่วงสิบปีที่ผ่านมา คือสมัยออกอัลบัมแรกหรืออัลบั้มเป๊กออฟไอซ์ก็ได้รับการตอบรับถล่มทลายแบบนี้ แล้วก็ค่อยๆ เฟดไป จนเราก็ลืมความรู้สึกนั้นไปแล้ว กระทั่งทุกคนมาทำให้เรารู้สึกแบบนี้อีกครั้งหนึ่ง เหมือนกับว่าพระเจ้าให้โอกาสครั้งที่สองกับเรา

ผลลัพธ์หลังถอดหน้ากาก ดีหรือเฟล?

ตอนที่ตัดสินใจมาร่วมรายการเป๊กไม่ได้คาดหวังว่า The Mask Singer จะดังขนาดนี้ เราก็แค่อยากโชว์ให้สนุกและรู้สึกตลกดีที่ได้เแต่งตัวแบบนี้ขึ้นร้องเพลง ได้ออกไปเต้นให้คนอื่นดู ถามว่าที่ผ่านมาผมหายไปไหน จริงๆ ไม่เคยไปไหนเลย ยังออกงาน มีผลงานตลอด แต่บางทีผลงานอาจจะไม่ค่อยเป็นที่ชื่นชอบของทุกคน เลยทำให้เงียบไปบ้าง ถ้าให้พูดตามตรง หลังๆ มาแค่จะโพสรูปถือไมค์ร้องเพลงยังเขินเลย กลัวคนจะคิดว่าเป๊กยังร้องเพลงอยู่อีกเหรอ อาย ไม่กล้า แต่ตอนนี้ไม่อายแล้ว อยากลงรูปอะไรก็ลงได้เลย เพราะรายการนี้เปิดโอกาสให้เราได้โชว์ศักยภาพแบบที่ไม่ต้องมีอคติของสังคมมาห่อหุ้มเรา อย่างที่รู้ว่าเมื่อก่อนแค่ผมแต่งตัวธรรมดาออกไปไหนในฐานะเป็ก-ผลิตโชค ทุกคนก็จะ ‘ไม่เห็นชอบเลย ไม่อยากฟังเพลง ไม่อยากมองหน้า’ แต่พอมาเป็นจิงโจ้ที่ทุกคนไม่รู้ว่าใคร ซึ่งเขาชื่นชอบในน้ำเสียง ชอบในคุณภาพของโชว์ ก็มองผ่านจุดนั้นไป แล้วกลายมาเป็นแฟนคลับของจิงโจ้กัน ทำให้ผมรู้สึกดีมากที่เขาชอบในจุดๆ นั้น

 

หน้ากากที่อยากฟีตเจอริ่งด้วย

อยากร้องกับทุกคนเลย แต่ขอเว้นทุเรียน อีกา และมังกรไว้ก่อน เพราะสามคนนี้ตัวท๊อป ร้องด้วยแล้วต้องใช้พลังเยอะ เหนื่อยครับ อยากจะร้องแนวใสๆ บ้างอ่ะ

กรรมการที่ได้ใจที่สุด

พี่ตั๊กครับ รู้สึกรักพี่ตั๊กมาก สไตล์การถามของเขามีความกวนนะ แต่กลับประทับใจผมยังไงก็ไม่รู้ ทั้งๆ ที่บางคำถามเราไม่อยากตอบ แต่พอเป็นพี่ตั๊กเรากลับตอบให้ตลอด อีกอย่างช่วงที่ผมเปิดหน้ามาแล้วโดนสังคมต่อว่า พี่ตั๊กก็ออกมาเขียนปกป้องให้ รู้สึกรักพี่ตั๊กมาก เหมือนเป็นแม่ยกเลย

 

ถ้าจิงโจ้จะมีอัลบั้มเป็นของตัวเอง

น่าจะเป็นเพลงภาษาอังกฤษแนวซอฟต์ๆ ฟังสบายๆ โยกตามได้แบบชิลๆ เก๋ๆ จิบคอกเทล มีความเป็นปาร์ตี้แมนเบาๆ คือปาร์ตี้แมนนี่จิงโจ้นะครับไม่ใช่ผม (หัวเราะ)

SMS ถึงผู้ต้องสงสัยร่วม

ผมคุยโทรศัพท์กับชินตลอด รู้ว่าชินค่อนข้างที่จะมั่นใจอยู่แล้วล่ะว่าเป็นเรา แต่ไหนๆ ชินก็รู้แล้วทำไงดี เลยสับขาหลอก แต่ละวีคผมแกล้งคุยกับชินให้คนเห็น ซึ่งก็ต้องขอบคุณชินครับที่ให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี

 

ภาพจาก Instagram : peckpalit