เม้าท์มอยประสบการณ์ดัด+ทำสี แบบไม่มีกลิ่นเคมีกวนใจที่ Ladyford

555

          เมื่อเดือนก่อนสุดฯ ได้ข่าวว่ามีซาลอนเปิดใหม่ชื่อ Ladyford ซึ่งเป็นเครือเดียวกับ Baberford ร้านบาร์เบอร์ชื่อดังที่หนุ่มๆ เลิฟมาก และมีหลายสาขาเลย ได้ข่าวว่าสาวๆ ที่ไปรอหนุ่มๆ อยากจะได้รับบริการเริดๆ บ้างอะไรบ้าง ก็เลยเรียกร้องจนเจ้าของต้องเปิดซาลอนสำหรับผู้หญิงขึ้นมานี่ล่ะ

ชื่อเสียงของ Barberford ทำให้เราสนใจ Ladayford เมื่อได้รับเชิญให้ไปรีวิว เราก็เลยรีบตกลงทันที …เมื่อไปถึงเราพบกับซาลอนขนาดย่อม แต่ดูโปร่งโล่งสบายตา เพราะเจ้าของ (คุณชาร์ลส์ สิริ) ตั้งใจออกแบบให้ดูโมเดิร์น โปร่งโล่ง สบายตาในสไตล์สแกนดิเนเวียน สื่อถึงสไตล์การทำผมของร้านที่ “ไม่เยอะแต่ดูดี” และเข้ากับไลฟ์สไตล์ของผู้หญิงยุคใหม่ที่มั่นใจ ใส่ใจดูแลตัวเอง

Ladyford
บรรยากาศโปร่ง โล่ง สบาย แสงในร้านไม่หลอกตา

เมื่อเข้ามาถึง คุณเอลี่ ช่างผมประจำร้านเข้ามาคุยถึงทรงผมที่อยากได้และไลฟ์สไตล์ของเรา พร้อมกับเช็คสภาพเส้นผม เพื่อให้คำแนะนำที่เหมาะสม คือดูจาก ความต้องการของเรา+สภาพเส้นผม+รูปหน้า+คาแรกเตอร์และไลฟ์สไตล์

ในกรณีของเรา : ผมน้อยแต่ปลายฟู ไม่ชอบเซตผม หน้ากลม (ช่วงนี้น้ำหนักขึ้นอะ T-T) และชอบแต่งตัวสบายๆ อย่างกระโปรงยีนหรือเดรสกับผ้าใบ คุณเอลี่เลยแนะนำว่า ไม่ควรตัดสั้นเพราะผมจะยิ่งฟู ดูแลยาก สุดท้ายมาลงตัวที่ ทรงผมยาวประบ่า ดัดปลายเล็กน้อยแบบที่เซตง่าย แค่หมุนๆ เป่าๆ ก็เป็นทรง + ทำสีน้ำตาลแบบกาแฟใส่นมเพราะดูคลาสสิคและเข้ากับผิวขาวเหลืองของเรา

…มาดูกันว่าการทำผมกับ Ladyford เป็นอย่างไรบ้าง

Step 1 : สระ ช่างสระมือเบา แชมพูหอม เย็นหนังศีรษะนิดๆ รู้สึกผ่อนคลายมากๆ #เคลิ้ม

เตียงสระนอนสบาย ไม่ปวดหลัง …เค้าคัดมาแล้วอย่างดี

Step 2: ลงน้ำยาปกป้องหนังศีรษะ หลังจากสระเสร็จเรามาดัดและทำสีในห้องทำเคมีที่มีระบบหมุนเวียนอากาศ เพื่อไม่มีกลิ่นรบกวนลูกค้าท่านอื่นๆ …ไม่น่าล่ะ ตอนที่เดินเข้ามาในซาลอนเราไม่ได้กลิ่นเคมีเลย แต่เอาจริงๆ ในห้องทำเคมีก็ไม่มีกลิ่นฉุนนะ

ขั้นตอนนี้ดีงาม ทำให้เรามั่นใจได้ว่าเดินออกไปหนังศีรษะจะไม่แสบ คัน หรือแห้งจากเคมี + ตัวน้ำยาไม่มีกลิ่นเหม็น และรู้สึกเย็นสบายหนังศีรษะด้วย (แอบชอบผ้าคลุมของที่นี่ มีช่องให้มือโผล่ออกมาได้ จะได้นั่งเล่นโทรศัพท์แบบถนัดๆ)

Step 3: ซอยให้เข้าทรง เราผมยาวประบ่าอยู่แล้วเลยไม่ได้เอาความยาวออกมากนัก แค่แต่งให้เข้าทรง พอซอยเสร็จพนักงานมากวาดผมทั้งหมดออกไปทันที รักษาความสะอาดดีมาก

Step 4: ดัด ทางร้านใช้แกนนำเข้าจากอเมริกา เพราะจะให้ลอนที่ดูธรรมชาติกว่า ขั้นตอนนี้ค่อนข้างพิถีพิถัน มีการเข้าเครื่องอินฟาเรดล็อกลอน และใส่น้ำยาล็อกลอน 2 รอบ (ผมเราสุขภาพดี อาจจะหยิกยากนิดนึง) โดยในระหว่างนี้มีการล้างน้ำยาออกด้วยเพื่อป้องกันผมเสีย …ขอบอกว่าทุกน้ำยาที่ใส่บนผมเรา ไม่ฉุนและไม่ทำให้รู้สึกแสบเลย อย่างมากก็รู้สึกเย็นๆ เท่านั้น …ดี๊ดีย์

ตอนแกะแกนดัดดออกมา ลอนสวยเชียว

Step 5: ทำทรีตเม้นต์เพื่อปกป้องเส้นผมอีกครั้ง …อะไรจะปรนเปรอผมเราขนาดนี้ ^^

Step 6: ทำสี กรณีเราทำจากผมเปียกเลยเพราะมีการดัดมาก่อน จะข่วยลดผมเสียได้ เนื่องจากน้ำจะพาเม็ดสีซึมเข้าไป (แต่ถ้าไม่ได้ดัดจะทำสีจากผมแห้ง) ขั้นตอนทำสีนี้มีการซีลหูด้วยพลาสติกใสและทากรอบหน้าด้วยวาสลีนเพื่อป้องกันสีติดด้วยนะ ใส่ใจทุกรายละเอียดจริงๆ แถมก่อนล้างสีออกมีการเติมสีน้ำเงินอมเขียวเพื่อกำจัดเม็ดสีแดงด้วย ทั้งนี้เพื่อให้ได้สีที่ต้องการ

Step 7: ทำทรีตเม้นต์ล้างสารเคมีตกค้างบนหนังศีรษะ

Step 8: ดรายและเซตผม พร้อมกับสอนวิธีดูแลต่อที่บ้าน เราเป็นคนที่ไม่ได้เข้าซาลอนบ่อยหรือขยันเซตมากนัก คุณเอลี่จึงสอนให้เป่าแห้งง่ายๆ พร้อมกับใช้มือหมุนผมไปด้วย ซึ่งพอลองทำดูมันก็โอเคนะ เป็นลอนอยู่เหมือนกัน ถึงจะไม่สวยเป๊ะเท่าให้ช่างดรายม้วนก็เถอะ แต่ทำเองง่ายๆ ได้แบบนี้เราก็แฮปปี้แล้ว

ซ้าย-ให้ช่างเซต ขวา-หลังดัดเกือบ 2 สัปดาห์ เป่าเองแบบรีบๆ (ไม่ค่อยได้หมุนผมเท่าไหร่) แต่ก็ยังเป็นลอนและดูมีวอลุ่ม ในฐานคนผมบางแฮปปี้มากค่ะ

3 สิ่งที่เราประทับใจสุดๆ ใน ladyford

  • ในร้านไม่มีกลิ่นเหม็นเลย ปกติเราไม่ค่อยชอบดัดหรือทำสี เพราะเป็นไมเกรน เวลาดัดหรือทำสีมันใช้เวลานาน 1-2 ชั่วโมงขึ้นไป พอต้องนั่งดมกลิ่นน้ำยาเคมีนานๆ (ทั้งจากของตัวเองและจากกลิ่นที่อวลในร้าน) จะทำให้ปวดหัว แต่ที่ Ladyford น้ำยาที่ใช้และบรรยากาศในร้านไม่เหม็น เราอยู่ในร้าน 3 ชั่วโมง ไม่รู้สึกปวดหัวเลย
  • ไม่ขายของ ข้อนี้เลิฟมากๆ เราเชื่อว่าทุกคนต้องมีร้านประจำและช่างผมที่สนิท และเมื่อช่างเอ่ยปากแนะนำให้ซื้ออะไรกลับไปใช้ เราก็จะลำบากใจหน่อยๆ จะปฏิเสธทุกครั้งก็เกรงใจ สุดท้ายก็ต้องซื้ออะไรบางอย่างกลับมา เฮ้อ …แต่ร้านนี้ไม่มีการขายอะไรให้ลำบากใจเลย แถมไม่มีการโชว์ผลิตภัณฑ์แบรนด์ใดทั้งสิ้น เพราะผมแต่ละคนก็เหมาะกับแต่ละแบรนด์ ช่างจะเลือกใช้ตามความเหมาะสม
  • ใส่ใจสุขภาพผม จะเห็นได้ว่าในแต่ละขั้นตอนจะมีการปกป้องเส้นผม เช่น ทำทรีตเม้นต์ป้องกันหนังศีรษะ ทรีตเม้นต์ล้างเคมี ไปจนถึงการเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่ดี เพื่อดูแลผมของเราไม่ให้แห้งเสีย
ทีมช่างของ Ladyford ที่ 2 จากซ้ายคือคุณเอลี่

ใครสนใจลองไปใช้บริการดูได้นะ ร้าน Ladyford อยู่ที่ชั้น 4 เอราวัณแบ็งค็อก (ใกล้สี่แยกราชประสงค์) เปิดบริการทุกวัน ตั้งแต่ 11.00-20.00 น. ดูจากทำเลแล้ว หลายคนอาจกลัวว่าจะแพงมาก แต่จริงๆ แล้วราคาก็สมเหตุสมผลนะ ไม่ได้แพงไปกว่าร้านดีๆ ในห้างทั่วไปเท่าไหร่เลย ค่าตัดผมเริ่มที่ 1,100 บาท ทำสี เริ่มต้นที่ 2,000 บาท (ผมสั้น) โดยขึ้นอยู่กับความยากง่ายของทรง แถมในโอกาสเปิดร้านใหม่ยังมีโปรฯ ลด 30% ถึงสิ้นปี 2560 ด้วย หรือจะโทร.สอบถามข้อมูลก่อนก็ได้ที่ โทร.093-193-6999 หรือติดตามความเคลื่อนไหวได้ที่ IG: ladyfordhairbkk

 

เรื่อง Nicharee W.

 

อ่านเรื่องราวความสวยความงามที่น่าสนใจได้ที่นี่ค่ะ

ลิปนู้ด M.A.C Nicki Minaj ดีจริงหรือแค่กระแส

มาสก์หน้ากลิตเตอร์ เทรนด์ใหม่มาแรง

รวมสูตร ลดน้ำหนัก ซุปตาร์เกาหลี #พิชิตหุ่นสวย