(มีคลิป) 9 สิ่งห้ามพลาดเมื่อมาเยือนฮกไกโดเหนือ Wakkanai – Rebun – Rishiri

849

          เมื่ออาทิตย์ก่อน สุดสัปดาห์ ได้ไปเที่ยวฮกไกโด (หรือที่เราคุ้นเคยกันในชื่อ ฮอกไกโด) ตอนเหนือ Wakkanai-Rebun-Rishiri มา ขอบอกว่าธรรมชาติสวยงามมาก อาหารก็อร่อยมาก เลยเก็บไฮไลต์ที่น่าประทับใจมาฝาก รับรองว่าอ่านจบแล้วจะอยากจองตั๋วเครื่องบินไปเที่ยวเลยแหละ ^^ #สุดฯรีวิว

1 ไข่แซลมอน …มันสดมาก สดจนได้กลิ่นทะเล

Wakkanai อยู่ทางตอนเหนือสุดของฮกไกโด มีหมู่บ้านชาวประมงมากมาย โดยเฉพาะที่ Sarufutsu มีชื่อเสียงโด่งดังในเรื่องแซลมอน หอยเชลล์ตัวโต และปูขน ดังนั้น มาถึงถิ่นแล้วต้องจัดค่า มันอร่อยมากจริงๆ ไข่สดสีส้มใสแจ๋ว กรึบๆ อร่อย ไม่คาวเลย คือดี๊ย์ (เรากินหลายที่ใน Wakkanai ก็สดอร่อยเหมือนกัน)

2 หอยเซลล์ …สด หวาน ตัวใหญ่ เนื้อแน่นหนึบบบบบ
ต้องไปกินที่หมู่บ้าน Sarufutsu เจ้าเดิม เค้าจะมีการประมงหอยเชลล์ที่ดังมากของญี่ปุ่น เพราะที่อื่นจะเลี้ยงแค่ 3 ปี แต่ของที่นี่เลี้ยง 5 ปี เพื่อให้ได้ขนาดใหญ่ เนื้อแน่นอร่อย เราได้ไปกินที่ Sarufutsu Marugotokan ร้านท้องถิ่นแท้ๆ ในจุดพักรถ Sarufutsu Park บรรยากาศดีมาก-ก-ก ด้านในตกแต่งเรียบง่ายสไตล์ญี่ปุ่นแม้ มองออกไปเห็นทุ่งหญ้ากว้างสุดสายตา ที่นี่มีแต่คนท้องถิ่นมากัน เห็นว่าเราเป็นคนไทยกลุ่มแรกที่มาด้วย รู้สึก unseen เบาๆ ^^

สนนราคาของหอยเชลล์ก็ดีงาม ตัวละ 200 เยน หรือ 60 บาท (อย่าลืมว่าเค้าเลี้ยง 5 ปีเลยนะ) แต่ถ้าย่างกินที่ร้านตัวละ 350 เยน หรือ 110 บาทไทย มาพร้อมเซตเตาเล็กๆ เนยฮกไดโด และโชยุจากชิโกกุ ในร้านยังมีเมนูอร่อยๆ อื่นๆ ด้วยนะ แนะนำข้าวหน้าหอยเชลล์ ปูขน และไข่แซลมอน ซึ่งเป็น 3 สิ่งขึ้นชื่อของ Sarufutsu ทุกอย่างสดจนหวานติดลิ้น อร่อยเว่อร์ (1,200 เยน) คนที่นี่บอกว่า วิธีกินแบบชาวญี่ปุ่นแท้ๆ คือ ละลายวาซาบิกับโชยุ ราด แล้วกิน

 

3.ไปกินไข่หอยเม่นสดๆ ที่เกาะ Rishiri

จาก Wakkanai จะมีเรือเฟอร์รี่โดยสารไปยังเกาะใหญ่ 2 เกาะ คือ เกาะ Rishiri (ลงท่าเรือ Oshidomari Port)  และเกาะ Rebun (ลงท่าเรือ Kafuka Port)

สำหรับสถานที่จับหอยเม่นคือ Kamui Kaigun Park บนเกาะ Rishiri เค้าจะให้เราลงเรือเล็กๆ เอาท่อติดกระจกขยายวางบนน้ำแล้วส่องหาหอยเม่นซึ่งก็เดินๆ อยู่พื้นทะเลแถวนั้นแหละ เอาสวิงตักขึ้นมาคนละ 1 ตัว จากนั้นเจ้าหน้าที่จะสอนวิธีเจาะ-แยก-ตักไข่หอย (คนละ 1,000 เยน ตักได้ 1 ตัว) ด่านนี้บอกตรงๆ ว่ารู้สึกผิดมาก เพราะห่อยเม่นมันหน้าตาน่ารักตะมุตะมิ แต่เราต้องพิฆาตมันกับมือ T-T แต่ถามว่าอร่อยไหม อร่อยสิ สดเบอร์นี้!

เมื่อได้ไข่หอยเม่นฝีมือตัวเองมาแล้ว เราจะกินสดๆ ก็ได้ หรือจะซื้อข้าวถ้วยน้อยๆ ที่เค้าขายมากินด้วยก็ได้ อ้อ เค้ามีไอศครีมโรยไข่หอยเม่นกับสาหร่ายขายด้วยนะ

 

4. Cape Sky เกาะ Rebun สวย สงบ จนได้ยินเสียงลมพัด

มาญี่ปุ่นสองสามครั้งไปแต่เมืองเก่า-เมืองใหม่ ไม่เคยเที่ยวธรรมชาติเลย (เอ้าท์มากอะเธอ) พอได้เห็น เกาะ Rebun (ออกเสียงว่า เรบุน ชื่อสถานที่หลายแห่งของฮกไกโดจะออกเสียงแปลกไปกว่าภาษาญี่ปุ่นนิดหน่อย เพราะมาจากภาษาไอนุนั่นเอง) ก็เลยประทับใจมาก มันสวยงาม สงบ และบริสุทธิ์จริงๆ (เหมาะจะมาเดินป่า ขี่จักรยานมากเลยนะ)

สถานที่ที่เราประทับใจที่สุดในเกาะคือ Cape Sky ต้องเดินขึ้นเขาไปหน่อยแต่วิวด้านบนสวยสุดจะบรรยาย จุดชมวิวแรกเป็นยอดเขาโอบทะเลไว้เป็นเวิ้งเล็กๆ นี่ว่าตระการตาแล้ว เดินขึ้นไปอีกนิดเป็นจุดสูงสุดของภูเขา มองเห็นวิวรอบทิศ 360 องศา ทั้งอ่าวด้านใน แนวฝั่งปกคลุมด้วยทุ่งหญ้า และท้องทะเลสีน้ำเงินกว้างไกลสุดสายตา …เงียบสงบจนได้ยินเสียงลมพัด บรรยากาศแบบนี้ชวนให้ทิ้งตัวนั่งพิงไหล่ใครสักคนจริงๆ

จุดชมวิวแรก
จุดชมวิวที่ 2 (ด้านบนสุด)

(ไม่ต้องกลัวว่าจะเดินไม่ไหว ทางเดินเป็นขั้นบันได ไม่ลำบาก และไม่สูงมาก ขากลับเราเจอทัวร์ผู้สูงอายุเดินขึ้นลงปร๋อเลย ขนาดคุณตาคุณยายชาวญี่ปุ่นจ้ำเอาๆ ได้ เราต้องไม่ยอมแพ้นะ)

 

  1. เซลฟี่กับไอศครีมสาหร่ายที่ Cape Sukoton เกาะ Rebun

เป็นแหลมยื่นออกไปในทะเล มองเห็นเกาะที่มีสิงโตทะเลอาศัยอยู่ไกลๆ มีทางเดินลงไปจุดชมวิวด้านล่างด้วย เค้าว่าวันดีคืนดีมีสิทธ์ได้เห็นเจ้าสิงโตทะเลตัวเป็นๆ ด้วยนะ

ตรงนี้มีร้านค้าขายของที่ระลึกสวยงามเหมาะเป็นโลเคชั่นถ่ายรูป และท่าบังคับที่ทุกคนต้องทำเหมือนกันโดยมิได้นัดหมายคือ ถือไอศครีมสาหร่ายยื่นออกไปในทะเล (200 เยน) เราก็จัดมาหนึ่งแต่ว่ามันค่อนข้างจืดและละลายเร็วมาก ถ่ายได้ 3 แชะเริ่มหยดแล้วจ้า

 

  1. กินไอศกรีมนม “รสเกลือ” บนเรือ Heart Land Ferry

ความจริงเรือ Heart Land Ferry ก็เป็นอีกหนึ่งสิ่งที่น่าประทับใจ มันทั้งใหญ่ สะอาด และเป็นระบบระเบียบ (นับรวมท่าเรือด้วย) ที่นั่งแบ่งเป็นชั้นธรรมดา จะนั่งเก้าอี้ด้านนอกโอเพ่นแอร์ชมวิวหรือนั่งด้านในแบบญี่ปุ่น คือ ถอดรองเท้าเข้าตู้แล้วนั่งบนพื้นขัดมันชิลๆ ก็ได้ ที่นั่งในห้องพิเศษ จะเป็นห้องขนาดย่อม สามารถนอนเอนหลังเอาแรงได้ และที่นั่งวีไอพีชั้นบน เป็นห้องพิเศษกรุกระจกมองวิวได้รอบทิศ มีเบาะใหญ่นุ่มเอนหลังได้ สามารถเดินไปชมวิวที่ระเบียงรอบๆ ได้ด้วย ซึ่งเราก็ได้รูปสวยๆ จากระเบียงเรือมากมาย

เนื่องจากการเดินทางระหว่างเกาะจะใช้เวลาประมาณเกือบๆ ชั่วโมง ก็เลยมีร้านขายของกินและเครื่องดื่มที่ชั้นล่าง และนี่แหละคือขุมทรัพย์ เราพบว่าไอศครีมนม “รสเกลือ” อร่อยมาก-ก-ก หวานมัน มีเกลือเค็มๆ แทรกนิดๆ ไกด์บอกว่ามีขายที่ Wakkanai เท่านั้น โห …ของหายากซะด้วย จัดสิคะ รออะไร และเพราะมันอร่อยมาก ทุกครั้งที่เราลงเรือ (3 รอบ) ก็จะซื้อกินทุกครั้งจนคนญี่ปุ่นแซว ควรจัดนมสดของ Wakkanai มาด้วยเลย สด อร่อย มันจนไขขึ้น กินคู่กันคือฟินมาก-ก-ก (ไอศครีมนมเกลือ 280 เยน นม 160 เยน)

วงกลมสีเหลืองบนขวดนมคือสัญญลักษณ์ Wakkanai Brand ที่การันตีว่าสินค้านั้นผลิตและใช้วัตถุดิบใน Wakkanai (ถ้วยไอศครีมรสเกลือก็มีจ้า)
คุณ Hiroyuki Nishiura (กลาง) ผู้บริหาร Keart Land Ferry พาคณะสื่อชมเรือแบบเอ๊กซ์คลูซีฟ (ได้ไปห้องกัปตันด้วยนะ)

 

7. เรียวกัง Hanarebun มันเป็นวิวที่สุดยอด!

ความจริงเรียวกังในญี่ปุ่นก็เริดทั้งนั้น แต่ Hanarebun พิเศษตรงห้องกว้าง และวิวสวยเป็นที่สุด มองออกไปเห็นภูเขา Rishiri ตั้งตะหง่านอยู่กลางทะเล มีทิวเมฆคลอเลียอยู่บนยอด เป็นภาพที่เพียงแค่นั่งมองก็มีความสุขจนล้นใจ

ที่นี่ยังมีออนเซ็นด้วย ไกด์แนะนำให้แช่สักครู่แล้วขึ้นมาล้างตัวหรือโกรกลมให้หายร้อน แล้วแช่บ่อต่อไป (มี 3 บ่อ 3 ระดับความร้อน) แต่ถ้าอยากชิลๆ แนะนำบ่อเอ้าท์ดอร์เลย ไม่ร้อนมาก แช่สักครู่แล้วขึ้นมายืนชมทะเลชมจันทร์ พอหายร้อนค่อยลงไปแช่ใหม่ สัก 3 รอบ สบายกายสบายใจแล้วขึ้นไปนอนหลับฝันดี (ตามธรรมเนียมญี่ป่นต้องอาบน้ำทำความสะอาดร่างกายก่อนลงแช่ และต้อง “ถอดหมด” นะจ๊ะ)

  1. Kitano Kanaria Park เกาะ Rebun

ตรงนี้เป็นโลเคชั่นโรงเรียนย้อนยุคในการถ่ายหนัง เมื่อใช้เสร็จก็จัดการเป็นแหล่งท่องเที่ยวด้วยเลย เพราะมันสวยมาก นึกภาพตามนะ… อาคารโรงเรียนเก่าแก่ตั้งอยู่บนหน้าผาริมทะเล มีฉากหลังเป็นภูเขา Rishiri อยู่ไกลๆ รอบๆ เป็นทุ่งหญ้าสีเขียวกว้างแซมด้วยดอกหญ้าสีเหลืองปลิวไสว …โรแมนติกมาก ด้วยความเก๋ของสถานที่ทำให้ตรงนี้เป็นจุดจัดอีเว้นท์ต่างๆ ของเกาะด้วย วันที่เราไปเที่ยวก็เห็นทีมอีเว้นท์กับทีมแคเทอริ่งขนของมาเตรียมจัดงานอยู่เหมือนกัน

  1. การส่งนักท่องเที่ยวออกจากเกาะ Rebun

เป็นที่รู้กันว่าคนญี่ปุ่นใส่ใจในบริการและจริงจังกับทุกเรื่อง ดังนั้น เมื่อเราไปซื้อของที่ร้านไหน จะมีพนักงานมาส่งและยืนโบกมือสลับโค้งจนลับสายตา (อย่างกับในการ์ตูน) แต่การส่งนักท่องเที่ยวของเกาะ Rebun นี้ จริงจังที่สุดที่เราเคยเห็นมา เพราะจะส่งจนกว่าเรือจะออก ส่วนรูปแบบก็แล้วแต่สไตล์ของแต่ละโรงแรม เช่น ที่พักสำหรับวัยรุ่นลุยๆ หน่อย พนักงานจะมาเต้นและร้องเพลงส่งจนกว่าเรือจะออกและตะโกนส่งตามมาด้วย ส่วนอีกโรงแรมมาแบบเรียบร้อย ยืนเข้าแถวถือร่มเป็นตัวอักษรส่งสวยๆ แต่พอเรือออกเท่านั้นแหละ วิ่งตามมาส่งจนสุดท้าเรือเลยจ้า นักท่องเที่ยวน้ำตาแทบไหล นี่เราสนิทกันขนาดนี้เลยเหรอ ..ประทับใจในความจริงจังมากค่ะ

ขอจบด้วยภาพภูเขา Rishiri แบบชัดๆ เพราะปรากฏเป็นแบ็กกราวน์ในหลายภาพ …คุ้นตากันไหมเอ่ย …เฉลย..มันคือภาพภูเขาบนกล่องขนม Shiroi ที่เป็นของฝากยอดฮิตจากฮกไกโดนั่นเอง (เดี๋ยวนี้เค้ามีผ้าเช็ดหน้าขายด้วยนะ)

สุดท้ายขอจบด้วยคลิปวิวสวยๆ ของ Wakkanai เกาะ Rebun และเกาะ Rishiri ค่ะ

-ใครสนใจเข้าไปดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ http://th.visit-hokkaido.jp/

-ขอบคุณ องค์กรการท่องเที่ยวฮอกไกโด สนับสนุนการเดินทาง

เรื่อง / ภาพ Nicharee W.