หมอก้อง หมอทหารในแผ่นดินรัชกาลที่ 9 ให้สัมภาษณ์สุดซึ้ง

1180

หมอก้อง – พันตรีนายแพทย์ สรวิชญ์ สุบุญ อีกหนึ่งคนบันเทิงที่จงรักภักดี พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช และขอตั้งมั่นเดินตามรอยเบื้องพระยุคลบาท สืบสานพระราชปณิธานในฐานะหมอทหาร และข้าราชการของประชาชน

ในช่วงเดือน ตุลาคม 2559 ณ ห้วงเวลาที่ประชาชนไทยทั้งประเทศ อยู่ในภาวะวิปโยคอย่างที่สุด ยังมีคนจำนวนหนึ่ง ที่พยายามทำจิตใจให้เข้มแข็ง แล้วลุกขึ้นมาทำความดีเท่าที่ตัวเองทำไหว เพื่อถวายแด่พ่อหลวงของเรา ทั้งการนำอาหาร น้ำดื่ม ยาดม พัด ฯลฯ มาแจกจ่ายให้ประชาชนที่ท้องสนามหลวง อาสาสมัครเก็บขยะ มอเตอร์ไซคล์ – แท็กซี่ จิตอาสา อาสาสมัครเคลื่อนย้ายผู้ป้วย และอื่นๆ อีกมากมายตามความถนัดของตน รวมถึงเหล่าคนในวงการบันเทิงที่มาเป็นจิตอาสาในด้านต่างๆ จำนวนมาก ซึ่งหมอก้อง – พันตรีนายแพทย์สรวิชญ์ ก็เป็นหนึ่งในนั้น โดยมาทั้งในฐานะข้าราชการทหาร นายแพทย์ และประชาชนไทยคนหนึ่ง

สุดสัปดาห์ ได้มีโอกาสไปสัมภาษณ์หมอก้องถึงเต๊นท์แพทย์ ณ ท้องสนามหลวง ได้สัมผัสอารมณ์ ความรู้สึก และมุมมองความคิด ณ ขณะนั้น ซึ่งนอกจากความซาบซึ้งน่าประทับใจ ยังเต็มไปด้วยแง่คิดเชิงบวก รวมถึงแรงบันดาลใจดีๆ จากในหลวงรัชกาลที่ 9 ที่น่าจะเป็นประโยชน์สำหรับชาวไทย จึงขอนำบทสัมภาษณ์ของหมอก้องมาเผยแพร่อีกครั้ง…

 

วันเปลี่ยนชีวิต

“เหตุการณ์ที่เปลี่ยนชีวิตผมไปตลอดชีวิต คือ ตอนไปออกหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ ที่จังหวัดเพชรบุรี เป็นหมู่บ้านชาวเขาที่อยู่ตะเข็บชายแดน ตอนนั้นเราคิดว่าเป็นจังหวัดที่อยู่ใกล้กรุงเทพฯ ไม่ลำบากหรอก ปรากฎว่าเดินทางเข้าไปอีกไกลมาก ต้องอาบน้ำลำธาร นอนเต๊นท์ นั่งรถไปไม่ถึง ต้องเดินเท้าต่ออีก 4 กิโลเมตร ด้วยความเหนื่อยผมก็เริ่มมีอารมณ์ เริ่มบ่นจนทีมงานที่ไปด้วยถามว่า “หมอเหนื่อยเหรอ เมื่อก่อนทางลำบากกว่านี้อีก แต่มีคนหนึ่งที่มาแล้วไม่บ่นสักคำ” ผมย้อมถามว่า “ใครครับ?”  คำตอบที่ได้กลับมาคือ “พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9”

“ได้ยินแล้วผมจุกไปเลย ความรู้สึกต่อมาคือ ความละอายใจ ทุกอย่างม้วนกลับเขาหาตัวเองว่า เราทำอะไรอยู่ และคิดต่อว่า แล้วพระองค์ท่านทำอะไร เท่านั้นแหละ ภาพทุกอย่างที่ท่านทำเป็นภาพที่ยิ่งใหญ่มากในความรู้สึก ท่านทำทุกสิ่งด้วยความรักที่มีต่อประชาชน คือพวกเราทุกคน ในหลวงท่านรักคนไทย รักแผ่นดินไทย เราก็ต้องรักคนไทยของท่านเช่นกัน ปณิธานที่ผมจะสืบสานต่อคือ รักประเทศชาติ รักคนไทย “ตัวตายไม่เป็นไร แต่ชาติต้องอยู่” คำนี้สำคัญกับผมมาก”

หมอก้องหมอทหาร ในแผ่นดินรัชกาลที่ 9

“หลังวันที่ 13 ตุลาคม 2559 ประชาชนมาท้องสนามหลวงกันเยอะมาก ซึ่งผมเข้าใจว่าทุกคนรักในหลวง อยากมาแสดงความจงรักภักดี ในฐานะแพทย์ ตอนนั้นผมพยายามแนะนำให้ดูแลตัวเองให้ดี บางคนเป็นลมจนมือเกร็ง มาจากภาวะเครียดและสูญเสีย ผมก็เข้าไปคุย จับตัว แล้วบอกไม่ต้องเสียใจ เรารักพระองค์ท่านที่ความดี ไม่ได้รักที่ร่างกาย เพราะวันหนึ่งก็สูญสลาย แต่ความรักและความดีของพระองค์ท่าน ยังอยู่กับประชาชน ไม่หายไปไหน แค่หลับตา เราก็จะเห็นพระองค์ท่านชัดเจน

“ผมเจอผู้ป่วยเคสเสี่ยงด้วย เป็นลมเพราะเพิ่งให้คีโมมา เป็นเคสที่ติดเชื้อง่ายมาก ไม่ควรจะมาอยู่ท่ามกลางคนมากมาย ผมบอกว่า หมอเจ้าของไข้แนะนำแล้วใช่มั้ยครับ อะไรทำได้ ทำไม่ได้ ป้าตอบว่า ‘อยากมาส่งเสด็จท่าน’

“เจอเหตุผลนี้ จะให้ผมพูดต่อยังไงดีล่ะ ( น้ำตาคลอ ) ด้วยความจงรักภักดี ผมเข้าใจนะ ( เสียงสั่น ) เลยบอกลูกเขาว่า ดูแลแม่ดี ๆ นะ คือจิตใจป้าแข็งแรงกว่าร่างกาย ตรงนี้ทำให้เรารู้ว่า ความรักที่ประชาชนมีให้พระองค์ท่านมากมายจริงๆ ลองคิดกลับว่าเพราะอะไร ก็เพราะความรักที่พระองค์มีให้ประชาชนมากกว่านั้นอีก ( น้ำตาไหล )

“วันพระราชพิธีเคลื่อนพระบรมศพ ( 14 ตุลาคม 2559 ) ผมเข้าเวรอีกที่ แต่รู้ว่าที่นี่ ( บริเวณกระทรวงกลาโหม ) เตรียมตั้งเต็นท์พยาบาลแล้ว ผมอยากมามาก เลยขออนุญาต ผอ. ท่านก็อนุมัติให้มา ดีใจมากที่ได้มา ได้มาปฏิบัติหน้าที่ใกล้พระองค์ท่าน ซึ่งปกติวันอื่น ๆ ผมจะใส่เครื่องแบบแพทย์ แต่วันนั้นระเบียบต้องใส่เครื่องแบบทหาร พอมาถึงเต็นท์ซึ่งมีแค่กำแพงวัดพระแก้วกั้น ผมมองไปข้างหน้า ความรู้สึกคือ เราได้ใส่เครื่องแบบทหารทำงานให้พระองค์ท่านเป็นครั้งสุดท้ายในฐานะข้าราชการ ( น้ำตาไหล ) ทำหน้าที่ทั้งแพทย์และทหารในคราวเดียวกัน รู้สึกอิ่มและเต็มในใจมาก ( น้ำตาไหล ) ทุกอย่างบนตัวผมเรียกว่าพระองค์ท่านพระราชทานให้ เครื่องแบบทหาร ยศ เครื่องแบบหมอ ซึ่งผู้ก่อตั้งวิทยาลัยแพทยศาสตร์พระมงกุฎเกล้าที่ผมเรียนจบมาคือพระองค์ท่าน”

ภาพแห่งความทรงจำ

“มีหลายภาพแห่งความทรงจำของพระองค์ท่านที่ติดตรึงใจ แต่ถ้าให้เลือกภาพที่ประทับใจที่สุด ภาพแรก เป็นภาพเคลื่อนไหว ซึ่งเป็นภาพจำลองสถานการณ์ที่เกิดขึ้นกับผมที่เพชรบุรี พอเราได้ไปอยู่สถานที่จริง เลยทำให้ผมเห็นภาพพระองค์ท่านชัดเจนมากในความรู้สึก สะพายกล้องที่พระศอ พระหัตถ์ถือแผนที่ เดินนำข้าราชบริพารคนอื่นๆ ท่ามกลางป่าเขา พื้นเนิน หนทางลำบาก ท่านก็ทรงเสด็จพระราชดำเนินไปหาประชาชน พระเสโทเปียกชุ่มฉลองพระองค์ ทำไมพระราชาถึงต้องเหนื่อยขนาดนี้ ( ร้องไห้ )

ไม่ว่าจะทางจะลำบากขนาดไหน ทรงไม่เคยย่อท้อต่อความเหนื่อย ทรงเดินเร็วจนข้าราชบริพารเดินตามแทบไม่ทัน

“ภาพที่สอง คือ พระเสโทหยดที่จมูก แสดงถึงความเสียสละที่ยิ่งใหญ่ พระองค์ท่านทรงงานหนักโดยไม่มีใครบอกให้ทำ  และทำเพื่อประชาชนตลอด ทุกอย่างที่พระองค์ทำ มาจากความรักที่ยิ่งใหญ่ที่อยากให้ประชาชนอยู่ดีกินดี ภาพที่สาม คือ ภาพยายถวายดอกบัว ท่านโน้มพระวรกายลงรับดอกบัว มีคำหนึ่งที่เปรียบเทียบแล้วผมว่าดี และเห็นภาพชัดเลยคือ “ถ้าประชาชนเป็นยอดหญ้า พระองค์ท่านก็จะเปรียบเสมือนยอดไผ่ หมายความว่ายอดหญ้าอย่างพวกเรา ยังไงก็ไม่มีทางขึ้นไปเท่ายอดไผ่ที่สูงได้ แต่การที่ยอดไผ่จะเท่ากับยอดหญ้าได้ ยอดไผ่ต้องโน้มลงมา ซึ่งพระองค์ท่านทรงทำ ท่านโน้มลงมาหาประชาชนทั่งประเทศ ( น้ำตาไหลพราก จนทีมงานต้องยื่นทิชชูให้ )

หมอก้อง

“ผมอยากเป็นคนดีของพระองค์ท่าน ตั้งใจเป็นหนึ่งในล้านความดีที่พระองค์ท่านทรงทำ อยากจะเดินตามให้ได้ถูกทาง ทุกๆ ก้าว และเมื่อเราทำได้แล้ว เราจะช่วยคนอื่นด้วย ระหว่างทางเดินจะจูงมือคนอื่นไปด้วย อยากจะให้ท่านสบายใจว่า ตอนนี้ลูกๆ รักกัน อย่างน้อยก็มีผมอีกคนหนึ่ง ที่เชื่อฟังคำสอนของพระองค์”

* * * * * * * * * สัมภาษณ์เมื่อ เดือนตุลาคม 2559 * * * * * * * * *

 

สัมภาษณ์ : จีราวัจน์

ภาพ : sudsapda kong_sarawit

 

ติดตาม เรื่องอื่นๆ ที่น่าสนใจ ได้ที่ลิ้งค์ด้านล่างนี้ค่ะ

เปิดความทรงจำ นักเรียนของพระราชา ทรงเรียกนักเรียนว่าลูก ( มีคลิป )

วันนี้เมื่อปีที่แล้ว เพลงสรรเสริญพระบารมี เวอร์ชั่นคลาสสิกที่คนไทยฟังแล้วร้องไห้ ( มีคลิป )

ฉลองพระบาทลำลอง 3 รุ่นจาก 3 ช่วงเวลา

ตามรอยเครื่องเสวย ณ หัวหิน กับ 8 ร้านอร่อยที่ ในหลวงรัชกาลที่ 9 และพระราชินีทรงโปรด

วันนี้เมื่อปีที่แล้ว สมเด็จพระเทพฯ ทรงพระกันแสง ขณะพระราชทานปริญญาบัตร ( มีคลิป )

ภาพถ่ายฝีพระหัตถ์ ในหลวงรัชกาลที่ 9 หาดูยาก อยากให้คนไทยได้ดู