ใต้ร่มพระบารมี ละครเทิดพระเกียรติดีๆ ที่กลับมาให้ชมอีกครั้ง

1217

ชวงนี้มีละครดีๆ มารีรันให้ชมกันเยอะไปหมด ซึ่งสถานีโทรทัศน์กองทัพบกช่อง 7 ก็ได้นำละครชุด ใต้ร่มพระบารมี กลับฉายให้ชมกันอีกครั้ง สุดฯ เลยขอรื้อฟื้นความทรงจำของแต่ละเรื่อง ก่อนที่จะเริ่มออกอากาศให้รับชมเรื่องแรกในวันที่ 23 ตุลาคม นี้ 

 

ใต้ร่มพระบารมี ละครดีๆ ที่ควรดู

แสงสุดท้าย
ออกอากาศวันที่ 23 ตุลาคม 2560 เวลา 20.30 น.

เรื่องราวเกี่ยวกับเด็กหนุ่มผู้มีพรสวรรค์ด้านศิลปะ จึงเป็นความหวังของพ่อที่ตาบอด แต่ทว่าความสัมพันธ์ของพ่อลูกกลับพังทลาย เมื่อเขาเลือกคบเพื่อนที่อยู่ในกลุ่มอันธพาล กระทั่งถึงวันที่ ในหลวง รัชกาลที่ ๙ เสด็จสวรรคต พร้อมกับที่เขาต้องสูญเสียพ่อ เขาจึงพูดเตือนสติ จนกลุ่มนักเรียนอันธพาลยอมกล่าวปฏิญาณ ว่าจะไม่ยกพวกตีกันอีก เพื่อถวายความจงรักภักดี ส่วนเขาตัดสินใจบวช และตั้งใจจะปั้นพระประธานในโบสถ์ ซึ่งเป็นงานที่พ่อทิ้งไว้ให้สำเร็จ แฝงแง่คิดที่ว่า ไม่มีคำว่าสายเกินไปสำหรับการเริ่มต้นทำความดี

ใต้ร่มพระบารมี

โดนัท-ภัทรพลฒ์ เดชพงษ์วรานนท์ หนึ่งในนักแสดง เรื่อง “แสงสุดท้าย” ได้ให้สัมภาษณ์ถึงบทบาทละครเรื่องนี้ว่า “ละครเทิดพระเกียรติเรื่องนี้มีข้อคิดดีๆ สอดแทรกอยู่ในทุกบทบาทการแสดงของตัวละครแต่ละคน แต่มีข้อคิดหนึ่งที่ผมสามารถนำไปใช้เป็นแนวทางในการดำเนินชีวิตของผมได้ก็คือเรื่องของความรัก ที่จะต้องมีสิ่งอื่นประกอบกันด้วยจึงจะเป็นความรักที่ดี ความรักที่งดงาม ซึ่งไม่ได้หมายถึงความรักแบบหนุ่มสาวนะครับ แต่หมายถึงความรักหลายๆ รูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นความรักของเพื่อนที่มีต่อกันซึ่งจะต้องเป็นไปในทางที่ถูกต้อง ไม่ตามใจเพื่อนจนหลงไปในทางที่ผิด ความรักที่พ่อและลูกมีต่อกันซึ่งจะต้องมีความเข้าใจและยอมรับกันและกัน

“ในเรื่องนี้ผมรับบทเป็นเทียนครับ ในบทพ่อและลูกจะขาดความเข้าใจกัน ขาดการพูดคุยกัน ต่างคนต่างมีทิฐิ จนสุดท้ายก็สายเกินไป ซึ่งคำว่าครอบครัวถึงแม้จะมีไม่ครบพ่อแม่ลูกแต่หากมีความรัก ความเข้าใจ ไม่มีทิฐิระหว่างครอบครัวก็ทำให้ครอบครัวของเราสมบูรณ์ได้ และความรักที่เยาวชนอย่างพวกผมมีต่อในหลวงรัชกาลที่ ๙ สามารถทำสิ่งที่ไม่น่าจะเป็นไปได้ให้สำเร็จได้ โดยในละครเรื่องนี้จะเป็นเรื่องของเด็กอาชีวะที่ค่อนข้างเกเร มีแต่ชกต่อยกันแบบผมและเพื่อนๆ ได้ยุติความขัดแย้ง มาร่วมปฏิญาณตนและปฏิบัติตัวเป็นเยาวชนที่ดีเพื่อพระองค์ท่านซึ่งพระองค์เปรียบเหมือนแสงสุดท้ายที่ยังคงส่องสว่างในใจของคนที่พร้อมจะกลับตัวเป็นคนดี และมีความรักความสามัคคีกัน เหมือนที่เทียนได้พูดกับเพื่อนของเขาว่า “ในหลวงท่านไม่ได้สอนให้ใครรักพระองค์ แต่พระองค์ทรงสอนให้เรารักกัน ครับ”


จากฟากฟ้าสุราลัย
ออกอากาศวันที่ 24 ตุลาคม 2560 เวลา 20.30 น.

เรื่องราวเกี่ยวกับเด็กสามคน ที่คิดด้วยใจซื่อบริสุทธิ์ว่า ในหลวง รัชกาลที่ ๙ ทรงเปรียบดั่งเทวดา ที่สามารถช่วยเหลือผู้คนได้ ทั้งสามจึงส่งจดหมายขอความช่วยเหลือ ด้วยความหวังเพียงน้อยนิด เพราะคิดว่าพวกตนเป็นเพียงประชาชนผู้ต่ำต้อย แต่ในที่สุด เทวดาของพวกเขาก็ประทานพรกลับมา ทั้งทุนทรัพย์และกำลังใจ จนเด็กๆ มีชีวิตที่ดีขึ้น ทั้งสามคนต่างสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ และพร้อมบอกเล่าถึงพระเมตตาของพระองค์ ที่ทรงมีต่อพสกนิกร

ใต้ร่มพระบารมี


เพียงพอที่พอเพียง
ออกอากาศวันที่ 25 ตุลาคม 2560 เวลา 20.45 น.

เรื่องราวของคุณหนูไฮโซ ผู้ใช้ชีวิตอย่างฟุ้งเฟ้อ ไม่รู้จักคุณค่าของเงิน จนวันหนึ่งเมื่อธุรกิจของครอบครัวเกือบล้มละลาย เธอมืดแปดด้าน จนเกือบเลือกทางเดินที่ผิดพลาด ยังดีที่เธอได้รับคำชี้แนะและการช่วยแก้ปัญหาของทันตแพทย์หนุ่ม ผู้มาจากครอบครัวสมถะ ใช้ชีวิตอย่างพอเพียง เพราะได้แรงบันดาลใจมาจากพระราชจริยวัตรของในหลวง รัชกาลที่ ๙ เธอจึงเรียนรู้ที่จะทำงานและอดออม เพื่อก้าวผ่านอุปสรรคครั้งนี้ไปให้ได้

ใต้ร่มพระบารมี

ด้าน อ๋อม อรรคพันธ์ นะมาตร์ พระเอกของเรื่อง ได้พูดถึงข้อคิดที่สามารถนำไปใช้เป็นแนวทางในการดำเนินชีวิตจากละครเรื่องนี้ว่า “ในเรื่องผมรับบทเป็น วีรยศ เป็นสัตว์แพทย์ อายุ 30 ปี มีนิสัยใจเย็น อารมณ์ดี ถ่ายทอดผ่านการทำงานของสัตวแพทย์ เลี้ยงหมู ปลูกผัก ได้เรียนรู้ว่า ชีวิตไม่ต้องฟุ้งเฟ้อ อยู่แบบง่ายๆ แต่ก็ไม่ได้ลำบาก อยู่แบบพอเพียง ใช้ชีวิตแบบสมถะ มีในหลวง รัชกาลที่ ๙ เป็นต้นแบบ ใช้ชีวิตให้มีความสุขได้ง่ายๆ บนพื้นฐานความพอเพียงครับ

“โดยข้อคิดหรือแนวปฏิบัติที่ได้จากเรื่องนี้คือ ทุกเรื่องที่พระองค์ท่านสอน พระองค์ท่านสอนโดยการทรงทำให้เราเห็น บทเรียนง่ายๆ จากรอบตัวเลยคือความสมถะของพระองค์ท่านและการใช้ของอย่างมีคุณค่า ไม่ใช้อย่างสิ้นเปลือง เช่น ดินสอที่ท่านทรงใช้ ทรงใช้จนกุด ทรงใช้อย่างคุ้มค่าที่สุด หลอดยาสีพระทนต์ของพระองค์ท่าน ทรงใช้จนเรียบคล้ายแผ่นกระดาษ ของใช้ส่วนพระองค์ ทรงใช้จนซ่อมไม่ได้แล้วจริงๆ หากเราปฏิบัติตามแนวทางของพระองค์ท่านเราก็ไม่ต้องใช้เงินสิ้นเปลือง เป็นข้อคิดให้เราไม่ฟุ้งเฟ้อ อย่างในละครเรื่องนี้ผมได้ข้อคิดที่ดีว่า ชีวิตที่สมถะ พอเพียง ก็อยู่ได้อย่างมีความสุขครับ”


จงรักภักดี
ออกอากาศวันที่ 25 ตุลาคม 2560 เวลา 00.30 น.

เรื่องราวเกี่ยวกับโครงการตามแนวพระราชดำริต่างๆ ผ่านการเดินทางของหนุ่มชาวอาข่า จากจังหวัดทางภาคเหนือสู่กรุงเทพมหานคร เพื่อถวายพระพรในหลวง รัชกาลที่ ๙ พร้อมเพื่อนร่วมทาง 9 คนที่มีจุดหมายเดียวกันโดยไม่ได้นัดหมาย ท่ามกลางข่าวลือถึงพระอาการประชวรหนักของพระองค์ ก่อเกิดความขัดแย้งขึ้นระหว่างผู้ร่วมทาง แต่เมื่อได้รับฟังคำแถลงการณ์ถึงการเสด็จสวรรคตของพระองค์ท่าน ทุกคนต่างเศร้าโศกเสียใจ และยุติการทะเลาะเบาะแว้ง หันมาปรองดองกัน โดยร่วมเดินทางมาถึงบริเวณพระบรมมหาราชวัง เพื่อถวายสักการะพระบรมศพเป็นครั้งสุดท้าย พร้อมทั้งตั้งปณิธานที่จะทำดี และเจริญรอยตามคำสอนของพระองค์ตลอดไป

ใต้ร่มพระบารมี

จิณณ์-จิณณะ นวรัตน์ นักแสดงนำ เรื่อง “จงรักภักดี” ได้เล่าถึงข้อคิดที่น่าประทับใจว่า “ในเรื่องผมรับบทเป็น หล่ออู่ ข้อคิดที่ได้จากเรื่องนี้จะเป็นการแสดงความจงรักภักดีและการเดินตามรอยโครงการพระราชดำริของในหลวงรัชกาลที่ ๙  ผ่านตัวละคร โดยจุดเริ่มต้นจากดอยผ้าหมี จังหวัดเชียงราย เดินทางผ่านโครงการพระราชดำริแต่ละจังหวัดต่างๆ จนถึงกรุงเทพฯ โดยมีเพื่อนร่วมทางที่ตั้งปณิธานความดีร่วมกัน

“มีประโยคหนึ่งจากละครเรื่องนี้ที่ทำให้ผมรู้สึกว่า ผมต้องทำให้ได้แบบนั้นจริงๆ คือประโยคของลุงเสริมที่เตือนสติทุกคนว่า “เราทุกคนควรจะหยุดเศร้าโศก แล้วทำหน้าที่ของพลเมืองที่ดีต่อไป พระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๙ คงไม่อยากเห็นประชาชนของท่าน เศร้าหมองจนทำอะไรไม่ได้ เราต้องเดินหน้าต่อไป เป็นพลเมืองที่ดี ตามแนวทางคำสอนของพ่อนั่นหละ พระองค์ท่านคงจะเป็นสุข”

“คำว่าคนดี มันคือสิ่งพื้นฐานที่ทุกคนทำได้ รู้และเข้าใจว่าอะไรดีไม่ดี แต่คำว่าพลเมืองดี คือเราทุกวันนี้เข้าใจคำๆ นี้มากแค่ไหนกัน ด้วยสังคมและอะไรหลายๆ อย่าง มันทำให้ผมรู้สึกว่า ผมต้องตระหนักถึงหน้าที่ของพลเมืองดีให้มากขึ้น รู้จักหน้าที่ของตัวเอง กฎระเบียบต่างๆ เคารพความคิดคนอื่นให้มากขึ้น และพยายามที่จะทำประโยชน์เพื่อส่วนรวมมากขึ้น ยิ่งในฐานะที่เราเป็นนักแสดง เรามีโอกาสที่จะทำเพื่อส่วนรวม ตรงไหนที่ผมทำได้ผมก็อยากที่จะทำครับ”


อาทิตย์อับแสง
ออกอากาศวันที่ 27 ตุลาคม 2560 เวลา 20.45 น.

กล่าวถึงชาวเขาที่ต่อต้านแนวพระราชดำริ ที่ต้องการส่งเสริมให้เลิกปลูกฝิ่น และปลูกพืชเศรษฐกิจทดแทน แต่เหล่าชาวเขาไม่ยอมรับ เพราะไม่แน่ใจว่าจะทำได้จริง กระทั่งนายพลที่สั่งให้พวกเขาปลูกฝิ่นเข้ามายึดหมู่บ้าน เพื่อเป็นที่มั่นในการปะทะกับตำรวจตระเวนชายแดน ทำให้พวกชาวเขาต้องหนีตาย แต่พวกเขากลับได้รับการดูแลและรักษาเป็นอย่างดี จากเหล่าแพทย์ของในหลวง รัชกาลที่ ๙ จนเมื่อเหตุการณ์สงบลง กลุ่มชาวเขาจึงหันมาปลูกพืชเมืองหนาวทดแทนตามแนวพระราชดำริ ทำให้ความเป็นอยู่ดีขึ้น พวกเขาจึงเล่าขานความดีของในหลวง รัชกาลที่ ๙ ถ่ายทอดจากรุ่นสู่รุ่นตราบนานเท่านาน

นิว-วงศกร ปรมัตถากร พระเอกของเรื่อง ได้ให้สัมภาษณ์ถึงละครเรื่องนี้ว่า “เรื่องอาทิตย์อับแสงเป็นหนึ่งในละเทิดพระเกียรติชุดนี้ ซึ่งแต่ละเรื่องก็จะมีเนื้อหาสาระแตกต่างกันไป แต่ทุกเรื่องให้ข้อคิดมีจุดมุ่งหมายเดียวกัน ก็คืออยากให้พี่น้องคนไทยตระหนัก และน้อมสำนึกถึงพระมหากรุณาธิคุณที่พระองค์ทำไว้เพื่อพวกเรา อย่างเรื่องนี้ แม้คุณจะไม่ใช่คนไทย แต่อาศัยอยู่บนผืนแผ่นดินไทย พระองค์ท่านก็ทรงมีพระเมตตา มีพระกรุณาธิคุณส่งไปถึง

“เพราะฉะนั้นคนไทยที่เป็นคนไทยจริงๆ ควรมีความภาคภูมิใจ และสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณให้มากกว่าและมากยิ่งขึ้นไป ถึงแม้วันนี้พระอาทิตย์ไม่อยู่แต่แสงพระอาทิตย์ยังอยู่ แสงพระอาทิตย์ก็คือคำสอนของพ่อ สิ่งที่พระองค์ท่านทำไว้ให้พวกเรา โครงการต่างๆ มากมาย ทรงนำทางไว้ให้หมดแล้ว เหลือแค่พวกเราที่จะเดินตามทางที่พระองค์ท่านสอนเราไว้ เปรียบเหมือนแสงสว่างนำทางในชีวิตของพวกเราให้เจริญก้าวหน้าในอนาคต และไม่เก็บไว้แค่ตัวเราคนเดียว มีลูกสอนลูก มีหลานสอนหลาน บอกเล่าความดี ความมีเมตตาที่พระองค์ทรงทำงานเพื่อคนไทยทุกคนครับ”

ติดตามอีก 4 เรื่อง ที่หน้าถัดไปค่ะ