เอมี่-อาเมเรีย หายไปไหน? มาย้อนรอยผลงานของเธอกัน

5084

หายหน้าหายตาไปนานจนเพิ่งมาให้เห็นหน้าในละคร กามเทพหรรษา สำหรับนักแสดงสาว เอมี่-อาเมเรีย จาคอป  หลายคนคงคิดถึงและอยากรู้ว่าเธอหายหน้าหายตาไปไหน และอาจจะคิดถึงผลงานเก่าๆ ของเธอ

 

เอมี่-อาเมเรีย จาคอป

 

เอมี่เข้าวงการจากการประกวดมิสทีนไทยแลนด์ ปี 2006 จากนั้นก็เริ่มเล่นละคร โดยผลงานเรื่องแรกคือเรื่อง ธิดาวานร จนเกิดวลีฮิต แม่มา แม่มา ติดปากกันไปทั่วบ้านทั่วเมือง เอมี่ประสบอุบัติเหตุใหญ่เมื่อปี 2552 ขณะที่ขับรถกลับจากกองถ่าย ธิดาวานร 2 อุบัติเหตุครั้งนั้นทำให้เธอนอนไม่ได้สติอยู่นานเป็นเดือน แต่เมื่อหายดีก็มีผลงานกับช่อง 7 ต่อเนื่องคือ สาวน้อยมหัศจรรย์ Wonder G, ธิดาวานร 3, มนต์รักแก้บน, เก็บหอมออมรัก, หลวงตามินิซีรี่ส์, ยมบาลเจ้าขา (รับเชิญ) ซึ่งผลงานก็ถือว่าไม่ดังเปรี้ยงปร้างเท่าเรื่อง ธิดาวานร

เอมี่-อาเมเรีย

จากนั้นในปี 2556 เธอก็ออกมาประกาศว่าเธอไม่ได้ต่อสัญญากับทางช่อง 7 แล้ว และไปเซ็นสัญญากับทางบรอดคาสต์ ไทย เทเลวิชั่น ในปี 2557 ซึ่งสัญญามีระยะเวลา 5 ปี หลังจากเซ็นสัญญา เธอก็ได้เล่นละครเรื่อง น้องใหม่ร้ายบริสุทธิ์ ในปี 2559 รับบทเป็นครูฝึกสอน ซึ่งเล่นไปเพียง 4 ตอนเท่านั้น หลังจากนั้นในปีนี้ เธอจึงหวนกลับมาเล่นละครเรื่อง กามเทพหรรษา ในบทพี่สาวของเต้ย-จรินทร์พร

เอมี่-อาเมเรีย

ตอนนี้เธอบอกว่างานของเธอส่วนใหญ่เป็นอีเว้นท์ตามต่างจังหวัด ถ้าสัญญากับทางบรอดคาสต์หมดเธออยากเล่นตลกดูบ้าง เพราะแนวสวยๆ ไม่ใช่ทางของเธอ และช่วงที่ไม่มีงาน เธอก็ทำน้ำเสาวรสขาย ซึ่งเมี่บอกว่าผลตอบรับค่อนข้างดี มีคนบอกว่าอร่อย เธอบอกว่าในอนาคตอาจจะทำน้ำอื่นๆ ขายอีก และหากไม่มีงานในวงการบันเทิงแล้วจริงๆ เธอคงต้องกลับไปช่วยครอบครัวดูแลกิจกรรมโรงแรมที่จังหวัดภูเก็ตบ้านเกิด แต่ตอนนี้เธอยังอยากอยู่กรุงเทพฯ อยู่

เอมี่-อาเมเรีย

เอาเป็นว่าเอาใจช่วยให้เธอได้ทำงานในวงการบันเทิงต่อ และได้เป็นตลกสมใจอยากด้วยแล้วกันค่ะ ก็อยากจะวอนผู้จักช่วยส่งงาน ส่งบทดีๆ มาให้สาวเอมี่สักหน่อย เพราะเชื่อว่าหลายๆ คนก็ยังอยากเห็นผลงานของเธอให้มากกว่านี้

 

ข้อมูลจาก th.wikipedia.org , www.thairath.co.th

ภาพจาก Instagram : @amy_amelia_jacobs_cambodia

 

เรื่องราวที่น่าสนใจอื่นๆ

 แซมมี่ เคาวเวลล์ มีสติ! ยิ้มรับ DRAMA

ผลงานที่ทำให้เราตกหลุมรัก จอย-ศิริลักษณ์ ผ่องโชค

เปิดประวัติ ทัช ณ ตะกั่วทุ่ง หลายปีที่เงียบหายจนกลายเป็น “หน้ากากเงาะป่า”