แพ้อาหาร ไม่ใช่เรื่องเล่นๆ! อัพเดทอาการคุณหลวงผลิต พร้อมทำความเข้าใจอาการนี้กันสักหน่อย

465

ทำเอาเหล่านุชes ใจหายใจคว่ำกันวันละหลายๆ รอบ เพราะเมื่อวันที่ 4 ตุลาคมที่ผ่านมา คุณหลวงผลิต หรือเป๊ก-ผลิตโชค จำต้องยุติการแสดงที่ประเทศสหรัฐอเมริกากะทันหัน เนื่องจากอาการแพ้กุ้งที่เจ้าตัวกินเข้าไปโดยที่ไม่รู้ ซึ่งอาการ แพ้อาหาร นี่ไม่ใช่เรื่องเล่นๆ เลยนะ เพราะถ้าแพ้มากๆ อาจมีอันตรายร้ายแรงได้

 

แพ้อาหาร ไม่ใช่เรื่องเล่นๆ!!

 

ตอนนี้หนุ่มเป๊กอาการดีขึ้นแล้ว หลังจากเกิดอาการปุ๊บก็รีบกินยาและนอนพักผ่อนทันที แต่อาการยังไม่ดีขึ้น แม้จะมีพยาบาลดูแลอย่างใกล้ชิด หลังจากฝืนขึ้นโชว์ด้วยสปิริตแรงกล้า 2 เพลง เขาก็ต้องถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลทันที เนื่องจากอาการหายใจติดขัดที่ยังไม่ดีขึ้น แต่หลังจากถึงมือหมอ ให้ยาและน้ำเกลือ และเฝ้าดูอาการอย่างใกล้ชิด เป๊กก็อาการดีขึ้น และพร้อมขึ้นโชว์ในวันต่อมาทันที โถ…สปิริตแรงมาก พ่อคุณ

แพ้อาหาร

ทำความเข้าใจอาการแพ้อาหาร

คนเราแทบทุกคนมีอาการแพ้ที่แตกต่างกันไป อาการแพ้อาหารก็เช่นกัน ซึ่งการแพ้อาหารนี้ ส่วนใหญ่จะเกิดในครอบครัวซึ่งมีประวัติของการแพ้ ไม่ว่าจะเป็นแพ้อากาศ แพ้ฝุ่นละออง หรือเป็นหอบหืด ก็จะทำให้เกิดอาการแพ้อาหารได้ง่ายขึ้นตามไปด้วย ทั้งนี้ การแพ้อาหารสามารถเกิดขึ้นได้ทั้งแบบต่อเนื่อง และแบบเป็นครั้งคราว (แม้ไม่เคยแพ้อาหารชนิดนั้นๆ มาก่อนก็ตาม) อาหารส่วนใหญ่ที่พบว่าทำให้เกิดการแพ้ขึ้น ได้แก่ อาหารทะเล ถั่วลิสง ช็อกโกแลต นม ฯลฯ

แพ้อาหาร

 

อาการแพ้อาหาร

การแพ้อาหารนั้น อาจแสดงอาการทันที หรืออาจจะทิ้งช่วงยาวไปประมาณ 2 ชั่วโมงหลังจากการกินอาหาร แม้จะกินอาหารชนิดที่แพ้ไปเพียงเล็กน้อยก็ตาม โดยอาการที่แสดงคือ

  • ผื่นลมพิษ บวมและคันบริเวณผิวหนัง
  • บวมบริเวณริมฝีปาก หน้า ลิ้น คอ และส่วนอื่นของร่างกาย
  • คัดจมูก หายใจเสียงดังหวีดเหมือนคนหอบหืด หายใจลำบาก
  • ปวดท้อง ท้องร่วง คลื่นไส้ อาเจียน
  • เวียนศีรษะหน้ามืดเป็นลม
  • หลอดลมหดเกร็งเนื่องจากการบวมของคอและหลอดลมทำให้หายใจลำบาก
  • หน้ามืดเป็นลม และหมดสติ
  • ชีพจรเต้นเร็ว
  • ความดันโลหิตลดลงอาจจะต่ำจนช็อก

เนื่องจากร่างกายถูกกระตุ้นจากอาหารที่เรากินเข้าไปทำให้เม็ดเลือดขาวปล่อยสารชนิดหนึ่งที่เรียกว่า “ฮิสตามีน” ออกมา ซึ่งจะไปกระตุ้นให้หลอดเลือดขยายตัว จึงมีการโป่งพองและมีอาการบวมร้อนในบริเวณต่างๆ ของร่างกาย

แพ้อาหาร

 

รักษาได้ไหม

การป้องกันไม่ให้เกิดอาการแพ้อาหารที่ดีที่สุดคือการหลีกเลี่ยงไม่กินอาหารนั้นๆ แม้เพียงเล็กน้อยก็ตาม (การแกล้งให้เพื่อนกินอาหารที่แพ้นั้นอันตรายมาก ห้ามทำเด็ดขาด) แต่หากเกิดอาการขึ้นมาแล้ว ให้กินยาต้านฮิสตามีน หรือยาแก้แพ้ ซึ่งโดยปกติ กินเพียง 1 เม็ดก็อาการดีขึ้นแล้ว แต่หากมีอาการรุนแรงมาก หอบหืด ท้องเสีย หรืออาเจียน ให้รีบไปพบแพทย์โดยด่วน และผู้ที่รู้ตัวว่าแพ้อาหารควรพกยาแก้แพ้ติดตัวไว้เลย เพราะไม่รู้ว่าเมื่อไหร่เราอาจจะเผลอกินอาหารที่แพ้เข้าไป

 

จะรู้ได้ไงว่าแพ้อาหาร

ปกติแล้วหากกินอาหารเข้าไปนิดเดียวแล้วแพ้อาหารชนิดนั้น ก็จะเกิดอาการผิดปกติกับร่างกายทันที แต่ถ้าหากอยากรู้ให้ลึกว่าแพ้อาหารชิดใดบ้าง ตอนนี้ตามโรงพยาบาลต่างๆ มีโปรแกรมทดสอบอาการแพ้อาหาร โดยเป็นการตรวจอย่างละเอียดว่าร่างกายต่อต้านอาหารประเภทใดบ้าง และแพ้มากน้อยแค่ไหน ซึ่งการไปตรวจนั้นไม่ยุ่งยาก และยังเป็นผลดีต่อสุขภาพในอนาคตด้วย ใครที่สงสัยว่าตัวเองแพ้อะไรบ้าง ก็ลองไปตรวจอย่างละเอียดกันดูนะจ๊ะ

ข้อมูลจาก www.doctor.or.th , www.siamhealth.net
ภาพจาก www.dentistryiq.com , omigy.com , imupro.com , za-y-ac.livejournal.com / Instagram : @peckpalit
TEXT : Ploychompoo

 

เรื่องราวที่น่าสนใจอื่นๆ

ทำความรู้จัก โรคธาลัสซีเมีย โรคประจำตัวของคุณหลวงผลิต

ทำความรู้จัก โรค Lupus โรคของ Selena Gomez ร้ายแรงถึงขั้นปลูกถ่ายไตเลยหรือ?

ไทรอยด์ โรคร้ายที่รักษาได้ ดาราคนไหนเป็นไทรอยด์บางนะ?