5 เรื่องเล่าแสนประทับใจ ถึง ในหลวง รัชกาลที่ 9

1524
ในหลวง

มีเรื่องเล่าสุดแสนประทับใจ จากคนที่ได้เข้าเฝ้าฯ และใกล้ชิดเบื้องพระยุคลบาทพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มาให้เราได้อ่านกันบ่อยๆ ครั้งนี้จึงขอรวบรวม 5 เรื่องเล่าเกี่ยวกับ ในหลวง รัชกาลที่ 9 มาให้อ่านกันอีกครั้ง

เรื่องเล่าเกี่ยวกับ ในหลวง

 

เสียงปริศนา

ในวันเสด็จพระราชดำเนินกลับประเทศสวิตเซอร์แลนด์เพื่อทรงศึกษาต่อ ขณะที่ประทับรถพระที่นั่งไปสู่สนามบินดอนเมือง พระองค์ทรงได้ยินเสียงตะโกนดังๆ ว่า “ในหลวง อย่าทิ้งประชาชนนะ” ทำให้ทรงนึกตอบบุคคลผู้นั้นในพระราชหฤทัยว่า “ถ้าประชาชน ไม่ทิ้งข้าพเจ้าแล้วข้าพเจ้าจะทิ้งประชาชนอย่างไรได้” เป็นที่น่าประหลาดว่า ต่อมาอีกประมาณ 20 ปี พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชทรงพบชายที่ร้องตะโกนทูลพระองค์ไม่ให้ทิ้งประชาชนนั้นเป็นพลทหาร และออกไปทำนาอยู่ในต่างจังหวัด เขากราบบังคมทูลสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณที่ไม่ทรงทิ้งราษฎร เขาทูลว่า ตอนที่เขาร้องไปนั้น เขารู้สึกว้าเหว่ และใจหายที่เห็นพระเจ้าแผ่นดินจะเสด็จฯ ไปจากเมืองไทย กลัวจะไม่เสด็จฯ กลับมาอีก เพราะคงจะทรงเข็ดเมืองไทย เห็นเป็นเมืองที่น่ากลัว น่าสยดสยอง เขาดีใจมากที่ได้เฝ้าฯ อีก กราบบังคมทูลถามว่า “ท่านคงจำผมไม่ได้ ผมเป็นคนร้องไม่ให้ท่านทิ้งประชาชน” พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรับสั่งถามว่า “เราน่ะรึที่ร้อง” “ใช่ครับ ตอนนั้นเห็นหน้าท่านเศร้ามาก กลัวจะไม่กลับมา จึงร้องไปเหมือนคนบ้า” พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชจึงทรงตอบ “นั่นแหละ ทำให้เรานึกถึงหน้าที่ จึงต้องกลับมา”

ในหลวง
มีเสียงปริศนาเสียงหนึ่งตะโกนบอกพระองค์วันนั้น

 

อยากรู้เหมือนกัน

เมื่อสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารีมีพระชนมายุ 8 พรรษา ทรงทูลถามพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9ว่า
“ข้าวสาร 1 กระสอบมีกี่เม็ด?”
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 ทรงอธิบายว่า ข้าวสาร 1 กระสอบมีน้ำหนัก 100 กิโลกรัม..กิโลกรัมหนึ่งมีเครื่องชั่งวัดได้ 10 ขีด ดังนั้นก็เอาภาชนะไปตวงข้าวสารมาชั่งได้ 1 ขีด..แล้วนับข้าวสารที่ตวงมานั้นว่ามีกี่เม็ด…แล้วก็เอา 10 คูณ…เสร็จแล้วก็เอา 100 คูณผลลัพธ์อีกที…ก็จะได้จำนวนเมล็ดข้าวสารใน 1 กระสอบ
สมเด็จพระเทพฯ ทรงทูลว่า “ไม่อยากรู้แล้ว”
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 จึงทรงสอนว่า…ไม่ได้หรอก หากถามก็แสดงว่าอยากรู้ ดังนั้นจงไปทำการหาข้าวสารมาตวงและนับเสีย เมื่อได้ผลเป็นอย่างไรให้มาบอกด้วยว่าข้าวสาร 1 กระสอบมีกี่เม็ด?…
..เพราะว่าก็อยากรู้เหมือนกัน

ในหลวง
ในหลวง รัชกาลที่ 9 กับสมเด็จพระเทพฯ

 

ตัวยึกยือ

มนูญ มุกข์ประดิษฐ์ รองเลขาธิการมูลนิธิชัยพัฒนา ในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว อดีตเลขาธิการ สำนักงานกรรมการพิเศษเพื่อประสานงานโครงการ อันเนื่องมาจากพระราชดำริ เล่าว่า

เมื่อครั้งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 เสด็จพระราชดำเนินด้วยพระบาทเข้าไปในป่ายาง ท่ามกลางฝนตกหนักโดยมีสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ ตามรอยพระยุคลบาทไปไม่ห่าง ค่ำวันนั้น ระหว่างเสด็จพระราชดำเนินกลับพระตำหนักทักษิณราชนิเวศน์ ขบวนรถยนต์พระที่นั่งได้หยุดลงอย่างกะทันหันโดยไม่ทราบสาเหตุเป็นเวลาหลายนาที ถามไถ่ได้ความภายหลังว่า ยังมีทากหลงเหลือ กัดติดพระวรกายอยู่อีก เมื่อรู้สึกพระองค์ จึงได้ทรงหยุดรถยนต์พระที่นั่งและรับสั่งให้สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ ช่วยจับทากออกจากพระวรกาย ทรงตรัสมาทางวิทยุว่า “หยุดขบวนสักประเดี๋ยว ขอหยุดจับตัวยึกยือก่อน” ปรากฏว่ามีอยู่ตัวหนึ่งติดพระศอ ทรงปลิดออก ทรงปล่อยตัวทากลงข้างทาง ทรงตรัสแบบอารมณ์ขันว่า “โถ..เขามาขอทาน ขอเลือดไปถึงสองซีซี ให้เขาไปเถอะ”

ในหลวง
สมเด็จพระเทพฯ ทรงดึงตัวยึกยือออกจากพระบาทของในหลวง รัชกาลที่ 9

 

พับเพียบ

รองศาสตราจารย์ ดร.สุธี อักษรกิตติ์ ผู้สนองพระราชดำริ ในโครงการระบบสื่อสารสายอากาศ และอิเล็กทรอนิกส์ เล่าว่า

ในครั้งแรก ผมทำงานตามพระราชดำริ โดยไม่ทราบว่าเป็นงานของพระองค์ จนกระทั่งวันหนึ่งมีคนบอกว่าให้เข้าไปในวังด้วยกัน และให้นำระบบสายอากาศชนิดใหม่ขึ้นไปติดตั้ง ก็ไม่ได้คิดว่าพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชจะเสด็จฯ มา แต่ว่าแปลกใจทำไมอยู่ดีๆ เจ้าหน้าที่ที่กำลังติดตั้งอุปกรณ์ต่างๆ อยู่บนดาดฟ้าของพระตำหนักถึงปีนลงมา ทั้งๆ ที่งานยังไม่เสร็จ แท้ที่จริงพระองค์ท่านเสด็จฯ มายืนอยู่ข้างหลัง ผมเหลียวหลังไปมองนิดหนึ่ง ครั้นพอเห็นพระองค์ท่านก็ตกใจ เป็นอาการวูบขึ้นมาทันที นึกอยู่ในใจว่าใช่แล้ว ใช่แน่ๆ เพราะคิดว่าเหมือนในรูป ผมก็รีบทำความเคารพ แล้วก็ทำอะไรไม่ถูก

สิ่งที่ผมจำได้คือเราต้องอยู่ต่ำกว่า จึงรีบคุกเข่าให้ต่ำลงมาเป็นเหมือนชันเข่า เพราะว่าตอนนั้นพระองค์ท่านประทับยืนอยู่ ถ้านั่งพับเพียบเลยก็จะต่ำเกินไป เพราะว่าผมต้องพูดอธิบายด้วย ปรากฏว่าพระองค์ท่านก็คุกเข่าลงไปด้วย ผมก็เลยนั่งพับเพียบให้ต่ำลงไปอีก พระองค์ท่านก็ทรงประทับพับเพียบเหมือนกัน เลยกลายเป็นว่าวันนั้นนั่งพับเพียบสนทนากัน 2-3 ชั่วโมง บนดาดฟ้าพระตำหนักในเวลาช่วงบ่ายที่ร้อนเปรี้ยง

ในหลวง
ทรงประทับพับเพียบ และทรงสนทนากับข้าราชบริพารอย่างไม่ทรงถือพระองค์

 

เรานึกว่าเราชกเอง

หลังจบการแข่งขันโอลิมปิกเกมส์ 1996 ที่เมืองแอตแลนต้า สหรัฐอเมริกา นายสมรักษ์ คำสิงห์ นักมวยสากลสมัครเล่น และเป็นนักกีฬาไทยคนแรกที่ได้รับเหรียญทองจากโอลิมปิกเกมส์  ได้เข้าเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เพื่อทูลเกล้าฯ ถวายเหรียญทอง ครานั้นพระองค์ตรัสกับสมรักษ์ว่า

“เราดูสมรักษ์ชกวันนั้น เห็นสมรักษ์ถือรูปเราขึ้นเวที ชูมือ เรานึกว่าเราเป็นคนชกเอง พอสมรักษ์ชกชนะ เราก็เผลอตัวกระโดดโลดเต้นดีใจ จนข้าราชการผู้ใหญ่หัวเราะเรา เราก็เลยรู้สึกอาย เราก็เลยนั่งลง”

และเหรียญทองที่สมรักษ์ทูลเกล้าฯ ถวายนั้น เป็นเหรียญเดียวที่ทรงเก็บไว้ ต่อจากนั้นมา เมื่อนักกีฬาคนไหนจะทูลเกล้าฯ ถวายเหรียญ พระองค์จะพระราชทานคืน โดยคล้องคอให้กับนักกีฬาทุกคน

ในหลวง
สมรักษ์ คำสิงห์ เข้าเฝ้าฯ ทูลเกล้าฯ ถวายเหรียญทอง

 

ข้อมูลจาก : happytoveryhappy.blogspot.com , panyayan.tnews.co.th , board.palungjit.org

ภาพจาก : board.palungjit.org , panyayan.tnews.co.th , storify.com , Anawat Kong-urgkara , We Love The King as King of Thailand , panyayan.tnews.co.th

 

เรื่องราวน่าสนใจเพิ่มเติม

รวมภาพความรักความผูกพันของในหลวง ร.๙ กับ สมเด็จย่า

เรื่องของในหลวง ที่เราอาจไม่เคยรู้ : พระอัจฉริยภาพ

รวม 40 เรื่องราว-400+ พระบรมฉายาลักษณ์ ในหลวง ร.9 และพระบรมวงศานุวงศ์