Keeping Up With GGBBPP FAMILY ตอน กำเนิดเป่าเปา (บ้านนี้มีแต่ความสนุก)

6197

สำหรับคนที่เล่นอินสตราแกรม น่าจะมีอาการหนึ่งอยู่ในตัว อาการที่ว่าเรียกง่ายๆ ว่า “อาการติ่ง” นั่ง นอน ยืน เดิน โดยกดโทรศัพท์เพื่อเช็คดูว่าวันนี้คนที่เราเฝ้าติดตามมีแชร์ภาพหรือรายงานความเคลื่อนไหวใดๆ ในชีวิตบ้าง

ระยะเวลาเกือบปีที่ผ่านมาหากพูดถึงครอบครัวที่มีคนเฝ้าติดตามมากที่สุดผ่านทางอินสตาแกรมในไทย เชื่อว่าครอบครัวที่มีผู้นำชื่อ บี้-ทรรศภาคย์ ชี ภรรยาชื่อ กุ๊บกิ๊บ-สุมณทิพย์ และเด็กหญิงเจ้าของฉายา “หน้าเดียว” แห่งย่านบางพลีนามว่า เป่าเปา น่าจะเป็นครอบครัวที่มีคนกดติดตามความเคลื่อนไหวมากที่สุด

ครั้งหนึ่งสุดฯ เคยสัมภาษณ์กุ๊บกิ๊บในวันน้ำตานองหน้าเพราะเหตุแห่งรัก ผ่านมาอีกปีเราสัมภาษณ์ผู้ชายที่ทำให้เธอมีรอยยิ้มและเปลี่ยนชีวิตของเธอ และในวันนี้เขาและเธอมานั่งพร้อมกันโดยมีเด็กหญิงตัวน้อยที่ทำให้ผู้เป็นแม่หัวเราะเสียงดังและยิ้มแก้มปริได้ทุกวันเป็นพยานรัก

ใครจะคิดว่าการเดินทางของเขา และเธอเพื่อเรียนรู้ชีวิตจะสร้างความสุขและความสนุกให้ผู้ติดตามได้มากมาย รวมถึงบทสัมภาษณ์ที่จะบอกเล่าเส้นทางการมาพบเจอกันของคนทั้งคู่จนอันเป็นจุดกำเกิดเด็กน้อยที่น่าจะพูดได้ว่า “มีคนรักมากที่สุดคนหนี่งในประเทศตอนนี้…”

GGBBPP

บี้ – กุ๊บกิ๊บ แต่งงานกันวันที่ 23 มกราคม 2559 นับถึงตอนนี้ก็หนึ่งปีกับอีกสามสี่เดือน รู้สึกไหมว่าชีวิตเปลี่ยนไปมากเมื่อเทียบกับตอนยังไม่ได้แต่งงาน

กุ๊บกิ๊บ : เปลี่ยนไหม (หันไปถามสามี)

บี้ : ไม่ค่อยเปลี่ยนมาก เพราะตอนคบกับเขาก็เหมือนแต่งงานแล้ว คือรักเขามากอยู่แล้ว และไม่ได้คิดว่าจะมีใครอีก

กุ๊บกิ๊บ : กิ๊บก็ไม่ได้รู้สึกว่าเปลี่ยนแบบพลิกหน้ามือเป็นหลังมือ เพราะกิ๊บอยากมีครอบครัวและอยากมีลูกอยู่แล้ว ที่เปลี่ยนอาจจะเป็นสถานที่แฮงค์เอ้าท์มากกว่า จากปกติจะแฮงค์เอาท์กับเพื่อน เอะอะอยู่ข้างนอก ไม่ค่อยอยู่บ้าน บ้านเป็นที่ที่อยู่น้อยที่สุด แต่ตอนนี้กลายเป็นว่าบ้านเป็นที่ที่อยู่มากที่สุด และเพื่อนก็เปลี่ยนมาแฮงค์เอาท์ที่บ้านเราแทน

บี้ : ใช่

กุ๊บกิ๊บ : เวลาจะไปเที่ยวหรือไปไหนก็หอบลูกไปด้วย จากเมื่อก่อนไปเที่ยวไหนก็ไปคนเดียว หรืออยู่ดีๆ นึกอยากไปก็ไปเลย แต่ตอนนี้จะไปไหนก็ต้องพาเขาไปด้วยและต้องมีลูกไปด้วย ถ้าไม่ได้เอาเป่าเปาไปด้วยก็จะไลน์หาคนเลี้ยงว่าเป็นไงบ้าง งอแงไหม เฟซไทม์หาหรือไม่ก็บอกให้ส่งรูปมาให้ดู ที่เห็นได้ชัดอีกอย่างคือเมื่อก่อนกิ๊บชอบดูหนังมาก สามารถดูได้ทั้งวัน เดินเข้าเดินออกโรงหนังวนๆ อยู่อย่างนั้น แต่เดี๋ยวนี้จะรู้สึกว่าการดูหนังเรื่องหนึ่งมันนานมากถ้าไม่มีลูกไปด้วย

บี้ : จะคอยห่วงตลอดว่าเขาร้องไห้คิดถึงเราไหม

กุ๊บกิ๊บ : มีหลายครั้งที่เรานัดกันว่าเดี๋ยวไปดูหนังสองคน แต่นัดล่ม พอถึงเวลาจะดู “กลับบ้านกันก่อนไหม ค่อยมาดูวันหลัง” มันมีการเปลี่ยนแปลงนิดๆ หน่อยๆ แบบนี้ แต่ไม่ได้รู้สึกถึงขนาดว่า “เฮ้ย ชีวิตฉันเปลี่ยนว้อยเมื่อมีลูก”

 

ที่ทราบมาคือเมื่อก่อนบี้ติดเพื่อนมาก

บี้ : ใช่ครับ “สังสรรค์กันหน่อย…”

กุ๊บกิ๊บ : อื้อหือ เพลย์บอย มีสังสรรค์กันหน่อยด้วย อี….(แซวสามี) อะเล่าต่อๆ

บี้ : (หัวเราะและทำท่าเขินภรรยา) เออ พี่เขาถามว่าไงนะ (ขำกันทั้งคู่) ก็อย่าทำให้สับสนได้มั้ย

กุ๊บกิ๊บ : เขาถามว่าเวลาว่างทำอะไร

บี้ : อ๋อ เมื่อก่อนติดเพื่อน แต่เดี๋ยวนี้ทุ่มสองทุ่มก็รู้สึกว่าต้องกลับบ้านแล้วเพราะลูกนอนเร็ว

กุ๊บกิ๊บ : หกโมงด้วย ไม่ใช่ทุ่มสองทุ่ม

บี้ : เออใช่ ตอนนี้บี้กลับบ้านเร็ว พอเลิกกองก็อยากกลับมากินข้าวที่บ้าน รู้สึกว่ากินข้าวที่บ้านอิ่มกว่ากินที่กอง อย่างล่าสุดผมไปซ้อมคอนเสิร์ตตอน 11 โมง โชว์มีตอน 4 โมงเย็น คอนเสิร์ตจัดที่มหิดล ศาลายา ขณะที่บ้านเราอยู่บางพลี แต่รู้สึกว่าอยากกลับไปกินข้าวกับพวกเขา ทั้งๆ ที่ห้างก็อยู่ข้างๆ จะไปดูหนังหรือไปเดินชิลคนเดียวก็ได้ แต่อยากกลับไปเจอลูกมากกว่า ไม่อยากไปไหนหรือทำอะไรคนเดียวแล้ว อยากทำอะไรด้วยกันสามคนพ่อแม่ลูก

 

อย่างหนึ่งที่ไม่เปลี่ยนไปน่าจะเป็นการปะทะกัน

กุ๊บกิ๊บ : ใช่ค่ะ เราปะทะกันทุกวัน เคยคุยกันว่ามีวันไหนไหมที่เราไม่ทะเลาะกันบ้าง

บี้ : คงเซ็งมาก คงแปลกๆ ถ้าไม่ได้กัดกัน ถ้าไม่ได้ปะทะแสดงว่าต้องมีใครสักคนงอนอยู่

กุ๊บกิ๊บ : ใช่ ถ้าโกรธกันเราจะไม่คุยกัน แต่ถ้าดีกันจะต้องมีแหย่ “เป็นอะไร ทำไมชอบทำหน้าทำตาแบบนี้” มีงับๆ กันตลอด

บี้ : ถ้าคนไม่รู้จักเราอาจจะคิดว่าเรากำลังทะเลาะกันอยู่

กุ๊บกิ๊บ : รู้สึกว่ามันตลกและสนุกถ้าได้ว่ากัน เราจะไม่มาแบ่บ “บี้คะ” “อ๋อ ได้ค่ะ” (ทำเสียงสุภาพเรียบร้อย) ถ้าเป็นแบบนั้นจะเก็บกด เราเป็นคู่ที่คิดว่าอะไรควรทำ ต้องทำ หรืออยากได้อะไรก็จะพูดออกไป เช่น ถ้ากิ๊บต้องการให้บี้กลับมาเล่นน้ำกับลูก แต่เขาบอกว่าจะไปทำธุระ กิ๊บจะไม่พูดว่า “อ๋อค่ะ โอเคค่ะ” แต่จะบอกว่า “เธอต้องกลับมาเล่นน้ำกับลูกไม่อย่างนั้นลูกจะไม่มีคนเล่นน้ำด้วย อย่างอื่นไม่สำคัญเท่าการอยู่กับลูกในวันที่เขาลงน้ำครั้งแรก” (ทำน้ำเสียงเด็ดขาด)

บี้ : แล้วมึงว่ายน้ำไม่เป็นเหรอ

กุ๊บกิ๊บ : ก็กูไม่อยากลง อยากให้มึงลง

บี้ : มีอย่างนี้ด้วย

กุ๊บกิ๊บ : นี่ไง เห็นไหมคะว่าคู่เราจะเป็นอย่างนี้ (หัวเราะ) เราสามารถคุยกันได้ตรงๆ แบบนี้ ถ้าบอกว่าเพื่อลูก เขาไม่พูดคำว่าโนแน่นอน

บี้ : ถ้าเพื่อลูกผมทำได้ แต่ถ้าเพื่อเขก็จะ “เดี๋ยวก่อน”

กุ๊บกิ๊บ : อะไรที่ทำเพื่อเมียขอเถียงกับแป๊ป แต่เพื่อลูกกิ๊บรู้ว่าคุยกับเขาได้ เราจะไม่เหมือนบางครอบครัวที่ให้ฝ่ายหญิงทำอะไรไปคนเดียว คอยเก็บความรู้สึก ขณะที่ฝ่ายชายออกไปใช้ชีวิต มีความสุขไป ครอบครัวเราคิดว่าทุกคนต้องแชร์กัน ทุกคนต้องเท่าเทียมกัน

บี้ : ตอนแรกผมไม่ค่อยเก็ทนะที่กิ๊บมาบอกว่าทำนั่นทำนี่หน่อย เพราะบางทีผมออกไปทำงานแต่ต้องรีบกลับบ้าน ไม่ว่ากิจกรรมอะไรถ้าเกี่ยวกับลูกเขาจะให้ทำด้วยกัน แต่ทุกวันนี้กลายเป็นว่าอยากกลับมาเอง อยากทำ และเก็ทกับสิ่งที่เขาบอก เรื่องนี้ส่วนมากผู้ชายไม่ค่อยเข้าใจ ชอบบอกว่าไม่เป็นไร ให้คนที่เป็นแม่พาไปก็ได้ แต่เด็กโตไวมาก เมื่อถึงเวลาหนึ่งจะย้อนกลับไปไม่ได้แล้วว่าทำไมตอนนั้นเราไม่ทำ ไม่ไป จริงๆ จัดสรรตารางชีวิตให้ดี ทำให้ครบทุกอย่างจะดีกว่า ต้องยอมรับว่ากิ๊บเป็นคนเทรนให้บี้เป็นแบบนี้

กุ๊บกิ๊บ : มันไม่ใช่แค่ความทรงจำของเรา แต่เป็นการช่วยกันสร้างความทรงจำของลูก เป่าเปาจะแฮปปี้มากเมื่อพ่อแม่อยู่พร้อมหน้า พาเขาไปทำกิจกรรมพร้อมกัน ปกติเวลาว่ายน้ำเป่าเปาไม่ค่อยเตะขา แต่วันนั้นที่พ่อพาลงสระใหญ่ อู้หู เตะขาว่ายเป็นกบเลย อยู่ดีๆ ก็เก่งขึ้นมา ไม่กลัวอะไรทั้งนั้น หัวเราะคิดคักไม่ยอมขึ้นจากสระ กิ๊บเลยบอกบี้ว่าเห็นมะ ถ้าบี้ไม่มาและถ้าไม่ใช่บี้จะไม่เป็นแบบนี้ พ่อเป็นคนสำคัญที่ควรพาลูกว่ายน้ำ ขี่จักรยาน สอนลูกในเรื่องที่ควรเข้มแข็ง มันเป็นหน้าที่ของพ่อ

บี้ : แต่จริงๆ แล้วน้ำมันลึกมากและเลยหัวกิ๊บ เขาเลยเรียกผมมา(หยอกภรรยา)

กุ๊บกิ๊บ : โอ้โห รู้ได้ยังไง อี…

 

ติดตามบทสัมภาษณ์น่ารักๆของบ้านนี้ต่อที่หน้า 2 ค่า…