ภรรยาและว่าที่คุณแม่ บทบาทใหม่ของนางแมวป่า โอปอล์ ปาณิสรา อารยะสกุล

252
โอปอล์ – ปาณิสรา อารยะสกุล

โอปอล์ – ปาณิสรา อารยะสกุล

มีคำพูดว่า “ผู้หญิงจะสวยที่สุดในวันที่เป็นเจ้าสาว” แต่สำหรับ โอปอล์ ปาณิสรา อารยะสกุล แล้วเราคิดว่าเธอสวยที่สุดในวันที่กำลังเป็นแม่คน และนี่คือครั้งที่สามที่สุดสัปดาห์ได้กลับมาเจอเธอ ซึ่งเป็นช่วงสำคัญของชีวิต หลังจากเธอเปลี่ยนนามสกุล และสวมบทนางแมวป่า (ดังชื่อบริษัท) สัตว์ตระกูลเสือที่คล่องแคล่ว เข้มแข็ง ดูแลสามีและปกป้องลูก เวลาเปลี่ยน สถานะเปลี่ยน โลกเปลี่ยนแต่เรายังรักในวิธีคิดและการตอบคำถามแบบชัดถ้อยชัดคำของว่าที่คุณแม่ลูกแฝดคนนี้ไม่เปลี่ยน

ปกติคนท้องต้องอ้วน แต่ทำไมโอปอล์ดูไม่ค่อยเปลี่ยนเลย

อ้วนขึ้นนะในความรู้สึกของปอล์ ณ วันนี้ที่เราสัมภาษณ์และถ่ายแฟชั่นกัน ปอล์ท้องได้ 16 สัปดาห์ หรือ 4 เดือน น้ำหนักขึ้นมาสี่จะห้าโลแล้ว แต่ถ้าเทียบกับบางคนอาจจะดูไม่อ้วนมาก อาจเป็นเพราะสามีเป็นหมอคอยดูแล ที่มักจะเห็นแม่อ้วนมากๆ จริงๆ แล้วขึ้นอยู่ที่แม่ ไม่ใช่ลูก สำคัญที่สุดคือเรื่องการกิน พี่โอ๊ค (นพ.สมิทธิ์ อารยะสกุล) บอกว่าอย่าตามใจปาก ให้เลือกอาหารที่มีประโยชน์จริงๆ ตั้งแต่ก่อนท้องเขาก็ดูแลเรื่องโภชนาการให้ แต่พอท้องแล้วเหมือนเขาปล่อยมากขึ้น แต่ใช้วิธีคุมปริมาณแทน คนท้องไม่จำเป็นต้องกินเผื่อลูกเป็นสองเท่า กินเท่าเดิมหรือเพิ่มได้บ้าง แต่ไม่ใช่ดับเบิ้ล

ถ้าจะขอทริกดูแลตัวเองที่สามีของโอปอล์ แนะนำเผื่อไปยังคนที่กำลังตั้งท้อง

ทั้งพี่โอ๊คและคุณหมอที่ปอล์ฝากครรภ์บอกว่า จริงๆ แล้วคนท้องไม่ใช่คนป่วย เราออกกำลังกายได้ พอเข้าเดือนที่สี่ปอล์ก็เริ่มเล่นโยคะและว่ายน้ำ ก่อนท้องปอล์เล่นพิลาทีส พอท้องแล้วไม่ได้ทำเลย เรื่องกินหมอให้แบ่งเป็น 6 มื้อเล็กๆ เน้นโปรตีนเป็นหลัก มีหลักการง่ายๆ คือถ้ากินโปรตีนลูกได้ ถ้ากินแป้งแม่ได้ โชคดีที่ท้องแล้วปอล์อยากกินของเปรี้ยว เลยไปหนักที่ผลไม้ พวกผลไม้รสหวานก็ทดแทนเค้ก ขนมก็ไม่กิน เพิ่งรู้ว่าถ้าแม่กินขนมมากทั้งแม่และลูกจะเสี่ยงต่อการเป็นเบาหวาน ตอนรู้ว่าท้องดีใจมาก คิดว่าจะอุทิศตัวให้การกินมากที่สุด (หัวเราะ) คิดว่าเป็นนาทีทองของเรา แต่กลายเป็นว่ากินได้ไม่เยอะ

เหตุผลที่หลายคนไม่แต่งงานเพราะหวงความโสด

ปอล์เป็นคนที่ไม่อิงกับคนอื่นเลย บางคนบอกว่าปอล์อย่าแต่งงานนะเพราะภาพจะไม่เปรี้ยว แต่งงานแล้วชีวิตเปลี่ยนเลยนะ หรืออย่าแต่งงานกับคนนี้เพราะไม่ดี ช่วงแรกที่มีข่าวคบกันคนด่าปอล์กับพี่โอ๊คทั้งโลก บอกว่าพี่โอ๊คเป็นเกย์ คบกันสร้างภาพ พอจะแต่งงานก็ยังหาว่าแต่งสร้างภาพ คนชมก็มี แต่คนด่าก็เยอะจนรู้สึกว่าเราคงเป็นความบันเทิงของเขา ในความเป็นจริงมันคืออีกเรื่องหนึ่ง ทำงานเสร็จกลับไปเจอคนที่เรารัก หาโรงเรียนให้ลูกอยู่ แพลนกันซื้อเปลให้ลูก นี่คือความจริง แล้วเราจะไปแคร์ใครก็ไม่รู้ทำไม คนที่ด่าเราตามเน็ต ตอนเดินสวนกันตามถนนเขาอาจจะยิ้มให้เราก็ได้ เลยไม่เก็บมันมาคิด

โอปอล์ – ปาณิสรา อารยะสกุล

แล้วถ้าถามแบบลงรายละเอียดไปอีกว่า “อะไรคือข้อดีของการมีสามีเป็นแพทย์ และยังเป็นคนในวงการบันเทิงด้วย”

ถ้าไม่ใช่คนที่เคยทำงานในวงการบันเทิงมาก่อนอาจจะไม่รู้ว่าการออกจากบ้านเจ็ดโมงเช้า แล้วเข้าบ้านห้าทุ่มเป็นอย่างไร บางคืนยาวไปถึงตีหนึ่ง บางคืนกลับตีห้าก็มี ความที่พี่โอ๊คเคยทำงานเบื้องหน้าเลยเข้าใจ แค่บอกว่าวันนี้ปอล์ถ่ายที่สตูดิโอนี้นะ เขาก็ไปรับถูก ไม่ต้องส่งแผนที่ก็รู้ว่าอยู่ที่ไหน “วันนี้อยู่กับป๊อป – ปองกูลนะ” นี่ก็เพื่อนเขา ถ้าเขาเป็นหมอเฉยๆ อาจจะยากหน่อยที่จะมาเข้าใจสังคมหรือเพื่อนของเรา

ความที่เป็นฝาแฝดและเป็นชายคนหญิงคนเลยมีคนคิดว่าตั้งใจทำแน่ๆ

ทุกคนคิดอย่างนั้นค่ะ ขี้เกียจไปบอกว่าเราเจออะไรมาบ้าง ถ้าทำปอล์บอกแน่ ๆ ไม่มีเหตุผลที่จะไม่บอก และถ้าทำมันสะดวกกว่าด้วย เพราะเลือกเพศได้ ดูโรคได้ คัดโครโมโซมได้แต่ของปอล์ต้องมาลุ้นทีละสเต็ป ใครจะเอาไปเมาท์ยังไงไม่สนใจแล้ว ถามว่าดีใจไหม ดีใจจริงๆ ก็คิดว่าปีนี้จะมีลูก แต่เรื่องฝาแฝดไม่เคยวางแผนไว้ คนใกล้ตัวเราไม่มีใครเป็นแฝดและไม่รู้ว่าการที่มีเด็กสองคนอยู่ในท้องจะเป็นไง โตขึ้นจะดำรงชีวิตอย่างไร ตอนนี้ลูกเรามีคนหนึ่งตัวเล็ก อีกคนตัวใหญ่ จะทำไงให้เขาตัวใหญ่ทั้งคู่ คิดเยอะมาก

โอปอล์ – ปาณิสรา อารยะสกุล

 

สัญชาตญาณของการเป็นแม่มาหรือยัง

มาแล้วค่ะ กลัวคนมาโดนท้อง ระวังเรื่องการกิน ชากาแฟนี่ไม่ได้เลยทั้งที่ปอล์ชอบกินกาแฟมาก แต่ทนได้ ปลาดิบก็กินไม่ได้ ห้ามทาเล็บ ทำผมก็ห้ามใช้สเปรย์ บางคนไม่รู้ว่าการกินยาแก้สิวหรือทายาแก้สิวทำให้ลูกที่เกิดมามีโอกาสเป็นโรคปากแหว่งเพดานโหว่ได้

คิดว่าตัวเองจะเบรกจากการทำงานแล้วนอนอยู่บ้านเฉยๆ ได้ตอนไหน

ไม่มีทางเลยค่ะ ตอนนี้ปอล์มีบริษัทนางแมวป่าที่ทำดิจิทัลคอนเทนต์ ทีวีซี รายการทีวี และอีเว้นต์ เปิดมาสี่ห้าปีแล้ว มีลูกน้องประมาณยี่สิบกว่าคน ทุกวันนี้ยังต้องออกไปพบลูกค้าเกือบทุกวัน นอกจากนี้ยังมีร้านกาแฟ O’s Coffee อีก 7 สาขาที่ต้องดูแล แล้วก็มีถ่ายรายการ ต่อให้ไม่ทำเบื้องหน้าก็ยังทำเบื้องหลัง ไม่มีทางอยู่บ้านเฉยๆ ได้อย่างแน่นอน ถ้าคลอดแล้วคิดว่าหน้าที่หลักคือเลี้ยงลูกแน่ๆ อาจจะเบรกการถ่ายรายการไปก่อน เข้าบริษัทบ้าง เวลาที่มีนอกจากนั้นคงอยู่กับลูก อย่างน้อยก่อนเข้าโรงเรียนเราต้องอยู่กับเขา อยากจดจำทุกโมเมนต์ของเขา สอนเขาในแบบที่อยากให้เป็น เรากลัวมากที่ลูกเราจะเป็นคนที่เราไม่ชอบ เช่น ดูถูกคน กลัวว่ากลับไปบ้านแล้วรู้สึกว่าทำไมลูกเราร้ายอย่างนี้

โอปอล์ – ปาณิสรา อารยะสกุล

เคยคุยกับคนที่แต่งงานแล้วหลายคนเขาบอกว่าไม่กล้ามีลูก เพราะไม่มั่นใจว่าตัวเองจะพาลูกให้หลีกจากสิ่งเหล่านี้ได้

ปอล์เคยคุยกับพี่โอ๊คว่าหรือเราจะไม่มีลูกดี พี่โอ๊คบอกว่าถ้าเราคิดแบบนั้นประเทศจะมีคนแบบไหน จะมีแต่เด็กที่เกิดมาจากพ่อแม่ที่งงๆ หรือเปล่า แต่เรามีศักยภาพและสติปัญญาที่จะเลี้ยงลูกเราได้ ถ้าเราเลี้ยงลูกให้เป็นคนดี อยู่ที่ไหนเขาก็จะเป็นคนดี ถ้าประเทศเราไม่มีเด็กที่มีคุณภาพออกมา ประเทศจะไปในทิศทางไหน

เคยอ่านข้อความหนึ่งที่โอปอล์พูดว่า “ถ้ามีลูก จะเลี้ยงลูกให้มีความเป็นมนุษย์”

ปอล์โตมาแบบลูกชาวบ้าน พ่อสอนว่าเวลาออกไปข้างนอกให้คิดว่าอยู่ในเมืองนี้คนเดียว ถ้าไม่ไหวให้กลับมาบ้าน บ้านเรามีข้าวให้กิน มีที่ให้นอน เวลาออกไปข้างนอกปอล์นั่งรถเมล์ไปได้ เดินเท้าก็ได้ ใช้ชีวิตเต็มที่ พ่อแม่ไม่เคยประคบประหงม เราไม่เคยทำอะไรไม่ดี เพราะคิดว่ามีพ่อมีแม่ที่คอยดูอยู่ ปอล์กินข้าวแกงมาตลอดชีวิต เป็นคนที่ใช้ชีวิตแบบชาวบ้านทั่วไป พอโตมา ยิ่งอยู่ในวงการ ปอล์เห็นเด็กที่มีชื่อเสียง มีเงินแล้วโดนสปอยล์ เห็นเด็กที่เท้าไม่ติดพื้น เห็นเด็กที่ไม่เห็นหัวคน หรือรู้สึกว่าการหาเงินเป็นเรื่องง่ายๆ แต่ก่อนกว่าปอล์จะหาเงินได้แต่ละวันมันยากมาก ปอล์ทำงานตั้งแต่วิ่งแปะโปสเตอร์เป็นแคสติ้งได้เงินแค่ไม่กี่ร้อยบาทต่อวัน บางวันไม่มีงานก็ไม่มีเงิน แต่นั่นทำให้ชีวิตปอล์มีเป้าหมายกล้าที่จะสู้และอดทน

วันนี้พอปอล์มีเงิน ปอล์เลยกลัวเหลือเกินว่าลูกจะเป็นเด็กที่เราเคยเห็นแล้วไม่ชอบ ปอล์จะสอนให้ลูกเป็นเด็กติดดิน นั่งรถเมล์ไปเรียนได้ รู้จักว่าความจนคืออะไร บอกให้รู้ว่าแม่มาจากไหน พ่อมาจากไหน เคยทำอะไร ทุกวันนี้เขาอาจจะเกิดมาเป็นลูกของพ่อแม่ที่มีฐานะและหน้าที่การงานดี แต่ก่อนหน้านั้นแม่ก็เคยไม่มีเงินมาก่อน ปอล์เคยไม่มีถึงขนาดไม่มีเงินซื้อ ข้าวกิน ลูกปอล์ต้องเรียนรู้จะไม่เลี้ยงลูกให้ใครมาว่าได้ว่าเขาเป็นลูกดารา

เคยได้ยินที่เขาว่า ถ้าเราดื้อกับแม่อย่างไรวันหนึ่งลูกจะกลับมาคิดดอกเบี้ยกับเราแทน ถ้าถามว่าวีรกรรมแสบซ่าไหนของตัวเองที่เคยทำกับแม่ไว้แล้วอยากให้ลูกปล่อยผ่านประมาณว่า “อย่ามาทำกับแม่เลยลูก…ไม่ดี”

ปอล์กับแม่ชอบเถียงกัน จริงๆ ก็คิดว่าเป็นเรื่องธรรมดาระหว่างลูกสาวกับแม่ อย่างปอล์ชอบทำกับข้าว เวลาแม่สอน ปอล์ก็จะไม่ มันต้องอย่างนี้สิ เคยเถียงกันเรื่องการใส่หัวกะทิกับหางกะทิ และการรอให้แตกฟองกับไม่แตกฟอง เป็นอีโก้เล็กๆ น้อยๆ ที่งัดกันตลอด พอท้อง รู้สึกว่าทรมานมากกว่าลูกจะคลอดและโตขึ้น อย่างที่บอกว่าตอนนี้ไม่เถียงแม่เลย (หัวเราะ) แม่อยากกินอะไร ได้ แม่อยากไปไหน ได้ แต่ก่อนนี่ “แม่…มันไกลนะ” แต่ตอนนี้ไม่ห้ามเลย อย่างครั้งหนึ่งแม่จะปอกฝรั่งให้กิน ปอล์บอกว่าอย่าเพิ่งปอกเลยแม่ (ทำเสียงเข้ม) แค่นี้แม่ก็เสียใจแล้ว ตอนนั้นเราไม่รู้ว่าแม่จะดราม่าหรือเสียใจทำไมกับเรื่องแค่นี้ แต่พอจะเป็นแม่คนเริ่มกลัว ถ้าลูกเถียง ปอล์ว่าปอล์ร้องไห้แน่นอน (ยิ้มหน้าจ๋อย)

Text: สหัสวรรษ ใฝ่เจริญ /Photo: JoJoJae