กว่าจะเป็น นายฮ้อยทมิฬ ไมค์-ปุ๊กลุก ทุ่มสุดตัว สวมวิญญาณลูกอีสานขนานแท้

2765

กลายเป็นละครดัง ที่เรตติ้งพุ่งทะยานขึ้นอันดับหนึ่งหลายสัปดาห์ติดต่อกัน กับเรื่อง นายฮ้อยทมิฬ ที่บอกเล่าเรื่องราวการเดินทางของ นายฮ้อยเคน ผู้พาทัพควายที่ใหญ่ที่สุดในหมู่บ้าน ฝ่าความทุรกันดาร จากอำเภอสว่างแดนดิน จังหวัดสกลนคร สู่เมืองล่าง หรือกรุงเทพมหานคร ซึ่งตลอดทางมีอุปสรรคและการต่อสู่เกิดขึ้นมากมาย จนกลายเป็นการผจญภัย ที่ทำให้คนดูลุ้นระทึกไปพร้อมกับเอาใจช่วยในความรักของ อ้ายเคน และ คำแก้ว พระ-นางในเรื่องไปด้วย

นายฮ้อยทมิฬเวอร์ชั่นก่อนหน้านี้ เมื่อ พ.ศ. 2544 ได้นักแสดงมากฝีมืออย่าง ตั้ว ศรัณยู วงษ์กระจ่าง และ น้ำฝน โกมลฐิติ มารับบทนำ ซึ่งก็ทำออกมาได้ดีไร้ที่ติ จนแฟนละครหลายคนคิดว่า ไม่น่าจะมีใครมาแทนที่เวอร์ชั่นเดิมได้แล้ว กระทั่งเวอร์ชั่นล่าสุด ที่สร้างสรรโดยค่าย “พอดีคำ” ออกอากาศให้ชมเมื่อปลายเดือนกันยายนที่ผ่านมา โดยมี ไมค์ ภัทรเดช สงวนความดี รับบทนายฮ้อยเคน และปุ๊กลุก ฝนทิพย์ วัชรตระกูล รับบทคำแก้ว ก็ทำเอาผู้ชมชื่นชมอย่างล้นหลาม แถมยังกวาดเรตติ้งไปสูงเป็นประวัติการณ์

นายฮ้อยทมิฬ

แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น กว่าจะขึ้นเป็นละครที่ครองยอดเรตติ้งอันดับ 1 ได้ ไม่ใช่เรื่องง่าย นอกจากทีมงานผู้สร้างสรรค์และโปรดักชั่นที่ดีแล้ว นักแสดงยังต้องมีความสามารถ และฝึกฝนให้กลมกลืนกลายเป็นตัวละครนั้นๆ ได้อย่างแท้จริงด้วย โดยเฉพาะตัวเอกของเรื่อง งานนี้กว่าไมค์และปุ๊กลุกจะถ่ายทอดความเป็นอ้ายเคนและคำแก้วออกมาได้ราวกับสวมวิญญาณตัวละครทั้งสอง พวกเขาต้องทุ่มเททั้งเวลา แรงกาย และแรงใจ ฝึกฝนในทุกด้าน

ฝึกเว้าอีสานให้ชินปาก

ในส่วนของไมค์ หลายคนอาจจะมองว่าภาษาไม่น่ามีปัญหา เพราะเป็นคนขอนแก่นโดยกำเนิด แต่เจ้าตัวก็ยังแอบห่วง เพราะหลังๆ ไม่ค่อยได้พูดอีสาน อีกทั้งในบทยังมีคำโบราณค่อนข้างเยอะ จึงฝึกพูดให้คล่องด้วยการให้คุณแม่พูดอีสานด้วยตลอดๆ (น่ารักเนอะ)

สำหรับปุ๊กลุก สาวกรุงเทพฯ ถูกจับตามองตั้งแต่แรกว่าจะเว้าได้คือไม่คือ (เหมือนไม่เหมือน) แต่ในที่สุดเธอก็ทำได้ เพราะฝึกฝนอย่างจริงจัง ด้วยการให้พี่ณี คนที่บ้านของเธอซึ่งเป็นคนอีสานติวให้ อาทิตย์ละ 4 วัน วันละ 3 ชั่วโมง แบ่งติววันละ 3-4 ฉาก แถมยังพาพี่ณีไปที่กองถ่ายด้วย ก่อนเข้าฉากก็ติวกันให้ชัวร์ สำเนียงที่ออกมาจะได้ไม่เพี้ยน (ดูได้จากคลิปที่เธอลงไว้ใน IG) จึงเห็นคำแก้วเว้าได้เนียน จนแทบจะเหมือนคนอีสานจริงๆ ไปแล้ว

 

ฝึกคิวบู๊อยู่เสมอ

ในส่วนของคิวบู๊เรื่องนี้ก็ค่อนข้างหนัก ไมค์บอกว่าเป็นบทบู๊ที่แปลก และยากกว่าเรื่องอื่นๆ เพราะเป็นบู๊แบบไทยๆ ต้องขี่ม้าเข้าฉากบู๊ พอกระโดดลงจากหลังม้ามาแล้วก็ต้องบู๊ต่อทันที ซึ่งนับเป็นอะไรที่ยากมากทีเดียว จึงต้องมีการฝึกฝนเพิ่มเติม

ฝึกขี่ม้าให้คล่องแคล่ว

นอกจากเรื่องบู๊ นายฮ้อยเคนยังต้องขี่ม้าคล่องแคล่วด้วย เพราะต้องใช้ม้าตลอดการเดินทาง ไมค์จึงต้องไปซ้อมขี่ม้าอยู่บ่อยๆ จนสามารถบังคับได้อย่างชำนาญและสามารถเข้าบทบู๊ขณะขี่ม้าได้ด้วยนะเออ ส่วนปุ๊กลุก เธอก็มีฉากขี่ม้าเหมือนกัน เรียกว่างานนี้พระนางต่างคนก็ต่างต้องขี่ม้าเก่งทั้งคู่ ไม่มีใครน้อยหน้าใครเลย

ฝึกฝนร่างกายให้ทนแดดและความแห้งแล้ง

ไม่ใช่เรื่องแปลกที่จะเห็นนักแสดงในเรื่องผิวคล้ำไปตามๆ กัน เพราะเนื้อหาในเรื่องคือการต่อสู้ท่ามกลางความแห้งแล้งของดินแดนอีสาน ฉะนั้นจึงต้องถ่ายทำกันกลางแดดร้อนเปรี้ยง เพื่อให้ได้ภาพที่สมจริง ถึงขนาดที่มีคนทักสาวปุ๊กลุกว่าดำขึ้นหรือเปล่า ซึ่งเธอก็ตอบแบบน่ารักๆ ว่า “ค่อนข้างดำเลยทีเดียวค่ะ หน้าฝนมีอยู่จริงหรือคะประเทศไทย แดดร้อนมาก เจอพี่มิน (พีชญา วัฒนามนตรี) พี่มินบอกปุ๊กดำขึ้นหรือเปล่า คือพี่ช่วยดูชื่อละครด้วย นายฮ้อยทมิฬ เป็นละครที่อากาศร่มลมตก ถ่ายไม่ได้ ฝนตกถ่ายไม่ได้ เพราะเป็นละครหน้าแล้ง พื้นดินต้องแตกระแหง เพราะฉะนั้นนักแสดงต้องท้าแดดตลอดเวลา คืออยู่กับแดดตลอดค่ะ”

ถ้าจะตากแดดขนาดนี้ครีมกันแดด SPF50 ก็ไม่น่าจะเอาอยู่นะคะ

ฝึกร้องเพลงภาษาอีสานให้ไพเราะ

นอกจากการแสดง ทั้งไมค์และปุ๊กลุก ยังต้องโชว์ลูกคอด้วยการร้องเพลง “อาการฮัก” ประกอบในเรื่อง ซึ่งก็ได้ ครูสลา คุณวุฒิ มาแต่งและช่วยควบคุมการอัดเสียงให้ งานนี้พระเอกและนางเอกของเรื่องจึงต้องทุ่มเทฝึกซ้อมลูกคอกันด้วย โดยมี ข้าวทิพย์ ธิดาดิน นักร้องมืออาชีพ หนึ่งในนักแสดงของเรื่องนี้มาเป็นโค้ชให้

ซึ่งไมค์ได้เผยความรู้สึกว่า “ดีใจที่พี่ธง (ธงชัย ประสงค์สันติ ผู้จัดและผู้กำกับ นายฮ้อยทมิฬ) ให้โอกาสผมร้องเพลงประกอบละครครับ แถมยังเป็นเพลงประกอบละครที่ครูสลาเป็นผู้แต่งด้วย รู้สึกเป็นเกียรติมากที่ได้ร้องเพลงจากปลายปากกาของครูเพลงชื่อดัง เพลงนี้ผมต้องร้องเป็นภาษาอีสาน เรื่องภาษาอีสานสำหรับผมค่อนข้างไม่มีปัญหา เพราะพื้นเพก็เป็นคนอีสานอยู่แล้วเนอะ” (หัวเราะ)

ส่วนปุ๊กลุกก็เล่าถึงการร้องภาษาอีสานครั้งแรกว่า “ดีใจเหมือนกันค่ะที่ได้ร้องเพลงประกอบละคร และเป็นเพลงที่ครูสลาแต่ง แต่ด้วยความที่หนูไม่ใช่คนอีสาน เลยต้องทำการบ้าน  ฝึกฝนพูดภาษาอีสานให้มีสำเนียงที่ใกล้เคียงมากที่สุด พอมาร้องเพลงบางท่อนอาจจะมีตะกุกตะกักบ้าง แต่โชคดีที่มีพี่ข้าวทิพย์ช่วย มีครูสลา มีพี่ธงคอยเทรนด์ ทำให้การร้องเพลงผ่านไปด้วยดี

ทุ่มเทกันขนาดนี้ จึงไม่น่าแปลกใจที่ผลงานจะออกมาดีสมกับที่หลายคนรอคอย แฟนๆ ละครก็อย่าลืมเป็นกำลังใจให้กับทั้งคู่ ด้วยการติดตาม “นายฮ้อยทมิฬ” ทุกวันจันทร์-อังคาร เวลา 20.30 น. ทางช่อง 7 HD 35 หรือ Facebook LIVE ทาง Official Fanpage BBTV Channel7 ด้วยเด้อจ้า

 

ภาพจาก IG: fanlakornch7 mike_pattaradet pooklook_fonthip