คิว ธิติพันธ์ พิธีกรขวัญใจติ่งเกาหลี

1458

คิว ธิติพันธ์ สุริยาวิชญ์ เอ่ยชื่อและนามสกุลอาจจะไม่คุ้น แต่ถ้าบอกว่า “ดีเจคิว คิ้วสาหร่าย” เหล่าแฟนคลับต้องร้องอ๋อ หน้าเวทีนอกจากการทำหน้าที่พิธีกรสร้างความสนุกสนานแล้ว รู้ไหมว่าหลังเวทีเขาคนนี้เป็นหนึ่งในคนที่สู้เพื่อเรียกร้องสิทธิ์ให้เหล่าแฟนคลับได้ใกล้ชิดกับศิลปินอย่างถึงที่สุด

คิว ธิติพันธ์

ดีเจคิวทำงานกับศิลปินเกาหลีในงานแฟนมีตติ้งมาทุกค่าย ดาราชายหญิงทั้งพระเอกนางเอกเบอร์ต้นๆ เคยสัมภาษณ์มาแล้วทั้งหมด ไม่ว่าจะ ปาร์คชินเฮ คิมอูบิน ลีมินโฮ คิมแทฮี เจสสิกา คิมแทยอน เจวายเจ ดงบังชินกิ เกิร์ลส์เจเนอเรชั่น แต่ถ้าถามถึงคนที่เขาประทับใจมากที่สุด เขาตอบว่าคือ คิมอูบิน “ปกติมีแต่เราอยากขอถ่ายรูปศิลปิน แต่คิมอูบินพูดบนเวทีในงานแฟนมีตติ้งครั้งแรก ของเขาเลยว่า เขาทำแฟนมีตติ้งมาทั่วเอเชียประเทศไทยเป็นประเทศสุดท้าย ‘ผมรู้สึกสนุกและมีความสุขมากเพราะคุณเป็นพิธีกร’ แล้วชวนผมถ่ายรูปกับแฟนๆ บนเวที ให้พัดและเขียนข้อความให้ด้วย”

“ก่อนหน้านี้ผมเป็นวีเจอยู่ช่องทรูมิวสิค ทางเอสเอ็มทรูซึ่งอยู่อันเดอร์เอสเอ็มเอนเตอร์เทนเมนต์เห็นเลยให้ลองเป็นพิธีกรดู ศิลปินเกาหลีวงแรกที่ผมทำหน้าที่สัมภาษณ์คือวงซูเปอร์จูเนียร์ ด้วยความที่เขาน่ารัก เฟรนด์ลี่เลยทำให้ไม่เกร็ง หลังจากนั้นก็ได้ทำหน้าที่พิธีกรงานแถลงข่าวคอนเสิร์ตและงานแฟนมีตติ้ง ปกติถ้าจะทำงานเป็นพิธีกรให้ศิลปินเกาหลีทางโปรดักชั่นไทยจะต้องส่งโปรไฟล์พิธีกรไปให้ทางเกาหลีดูก่อน เขาก็จะพิจารณาว่าเคยทำอะไรมาบ้าง อย่างบริษัทเอลลี่ที่พาดารามาเยอะๆ เขาก็รีเควสต์บ่อย”

“ถามว่าเขาชอบอะไรในตัวผม…อย่างแรกคิดว่าน่าจะเป็นความสนุกสนาน ทำให้ศิลปินของเขาสนุก ดาราบางคนจะนิ่งๆ เขิน ไม่ใช่ว่าขี้อาย แต่ยังไม่สนิทเลยไม่กล้าเล่น เขาชอบที่ผมสามารถเปิดใจศิลปินคนนั้นๆ ให้กล้าเล่นได้”

“ปกติงานแฟนมีตติ้งดาราโปรดิวเซอร์จะเป็นคนเกาหลีทั้งหมด ซีเควนซ์งานเขาก็จะเป็นคนทำ ก่อนงานเขาจะมาบรี๊ฟ แต่ผมจะชอบต่อรองกับเขาว่า ‘ขอได้ไหม อยากเล่นตรงนี้’ แรกๆ เขาก็จะไม่ชอบที่เรานอกสคริปต์หรือชอบแซว บนเวทีจะมีมอนิเตอร์ให้พิธีกรดู จะมีข้อความขึ้นตลอดว่า ‘MC Faster’ คือให้เร่ง แต่ผมก็ยังเล่นต่อนะ เพราะมองว่างานแฟนมีตติ้งน้องๆ แฟนคลับเสียเงินตั้งห้าหกพันบาทมา ถ้าเห็นเหมือนแค่ตอนมาดูคอนเสิร์ตซึ่งเขาจับต้องไม่ได้ ก็ไม่ใช่งานแฟนมีตติ้ง งานแฟนมีตติ้งมีจุดประสงค์ให้มาพบปะกันก็ควรได้ใกล้ชิด ได้ขึ้นบนเวทีจับมือทักทาย ขณะที่ทางศิลปินก็จะได้รู้ว่าแฟนคลับชอบอะไรในตัวเขา”

“เรื่องนี้ทำให้ผมทะเลาะกับทีมเกาหลีบ่อย เนื่องจากบางงานตัดของรางวัลน้องๆ บ้าง ห้ามจับมือ ห้ามขึ้นเวทีบ้าง ขณะที่ผมมองว่าน้องๆ ควรจะได้ น้องๆ ไม่ได้อยากได้ของ เขาแค่อยากอยู่ใกล้ๆ ผมจึงพยายามช่วยเสมอด้วยการหาร่องไปให้ได้ เล่นมุก ดูว่าศิลปินเป็นอย่างไรแล้วเปิดใจเขาจนเขามีความสุข ผมว่าถ้าไม่เหนื่อยเกินไปศิลปินทุกคนก็พร้อมที่จะเทคแคร์แฟนคลับนะ เพราะเขามีทุกวันนี้ได้เพราะแฟนคลับ แค่จับมือ กอดกันมันไม่ใช่เรื่องใหญ่ แต่มุมหนึ่งถ้ามองในหลักธุรกิจก็เข้าใจว่าเขามีสิทธิ์ที่จะปกป้องศิลปิน ผมก็จะไม่ทำอะไรที่เกินเลยจนไม่ดี”

“ในส่วนของแฟนคลับต้องบอกว่าน่ารักก็มี ดื้อก็มี จำได้ว่างาน GOT7 ช่วงที่ไม่มีศิลปินเราก็จับของลุ้นโชคกัน แต่พอศิลปินขึ้นมาบนเวทีน้องๆ ไม่ฟังกฎกติกาเลย แล้วทำให้ตัดสินไม่ได้ จนสุดท้ายผมต้องพูดว่า รู้ไหมว่าที่ทุกวันนี้เราขออะไรแล้วทางเกาหลีเขาไม่ให้เพราะอะไร…เพราะเขาคิดว่าเราทำไม่ได้ เราไม่ฟัง แต่ถ้าเราทำได้ ต่อไปถ้าขออะไรเขาก็จะเชื่อ อย่างตอนพาศิลปินลงไป น้องๆ ต้องนั่งกับที่ ถ่ายรูปได้แต่ห้ามลุก บางงานไม่มีกิจกรรมผมก็ขอเขาเพิ่มและการันตีว่าจะคุมเด็กให้อยู่ ถ้าแสดงวินัยให้เห็น ทางค่ายก็จะให้ศิลปินเดินไปหาได้ ใกล้ชิดได้ แล้วเวลาศิลปินมีความสุขเขาจะเล่น แถม จับลัคกี้ดรอว์เพิ่ม ขอเซลฟี่ก็ให้”

“เท่าที่เห็นมาผมว่าน้องๆ แฟนคลับทุกกลุ่มศิลปินมีสปิริตนะ เวลาจับลัคกี้ดรอว์คนที่ไม่ได้ก็ปรบมือให้ ก็สนุกไปด้วย เพราะเขารู้ว่าทุกอย่างมาจากดวง ศิลปินจับเอง ถ้าทุกอย่างเป็นแฟร์เกมเขายอมรับ แต่ถ้ามีคนได้รับสิทธิพิเศษเขาจะไม่พอใจ ผมว่ากลุ่มแฟนคลับศิลปินแฟร์พอสังเกตจากทุกงานบัตรห้าพันไม่ค่อยได้ลัคกี้ดรอว์หรอก ผมเลยแซวบัตรแพงตลอดว่ามีตังค์แต่ไม่มีดวง”

“ในมุมมองที่มีต่อศิลปิน นักร้องจะอยู่ในโพสิชั่นนักร้อง เป็นไอดอล ขณะที่ดาราจะมีความเป็นตัวของตัวเอง เมื่อไม่ได้แสดงเขาก็จะสบายๆ อย่างปาร์คชินเฮผมว่าเขามีเสน่ห์มาก วันที่ผมไปทำแฟนมีตติ้ง ผมแซวเขาอำเขา แกล้งเอาแก้วไปต่อแถวเขาก็เซ็นให้ มีการแกล้งกลับ ช่วงสุดท้ายของงานแฟนคลับทำเซอร์ไพร้ส์ เขาร้องไห้ ตอนร้องไห้ยังน่ารักเลย ผมเชื่อเรื่องที่แฟนคลับทำเซอร์ไพร้ส์ให้ศิลปิน ผมว่ามันโคตรประทับใจ ทุกครั้งที่อยู่บนเวทีแล้วเห็นแฟนโปรเจ็กต์ไม่ว่าสามพันคนหรือกี่ร้อยคนผมมีความสุขตามหมด ผมว่าคนเรามีแรงบันดาลใจไม่เหมือนกัน สมัยเราอาจจะชอบนักกีฬา แต่สมัยนี้น้องๆ เขาชื่นชอบดารา นั่นคือแรงผลักดันของเขา ยิ่งดาราเป็นคนเข้าถึงอารมณ์เร็ว พอเขาเห็นสิ่งที่น้องๆ ทำให้ ผมเห็นร้องไห้เกือบทุกคน”

“จริงๆ ผมไม่มีเวลาดูซีรี่ส์หรือฟังเพลง แต่ถ้ารู้ว่าจะไปทำงานให้ศิลปินคนไหนผมจะติดตาม ดูซีรี่ส์ ฟังเพลง เข้าเพจ ซึ่งการทำการบ้านนั่นแหละที่ทำให้เรากลายเป็นแฟนคลับ ถามว่าชอบคนไหน ผมเป็นติ่งของทุกคนแต่ถ้าถามว่าชอบใครที่สุดผมชอบบิ๊กแบง โดยเฉพาะจีดี ถ้าความหล่ออาจจะไม่เท่าคนอื่นในกลุ่ม แต่เขาแปลก เก๋ ยูนีค แต่งตัวอะไรก็ได้ แล้วคนบ้าอะไรเปลี่ยนผมได้เป็นร้อยทรงแล้วดูดีหมด ตอนนี้ก็ตามไอจีดูชีวิตเขาอยู่”

“การทำงานตรงนี้กำลังใจเป็นสิ่งสำคัญ ก่อนและหลังทำงานเสร็จผมว่าพิธีกรทุกคนต้องการเสียงปรบมือและเสียงกรี๊ดต้อนรับ แค่เริ่มงานแล้วปรบมือก็ทำให้รู้สึกว่าพร้อมที่จะทำงานแล้ว ไม่ต้องมีคำชม ทำให้แค่นี้เราก็พอใจแล้ว เวลาจบงานแฟนคลับหลายคนไม่รอจนเราพูดปิดอยู่แล้ว แต่มีน้องกลุ่มใหญ่ที่รอจนงานจบ ส่งเสียงกรี๊ดให้ ผมรู้สึกว่าเป็นกำลังใจที่สำคัญและเป็นสิ่งที่ดีมากสำหรับผม”

 

ภาพจาก : JoJoJae ,สุเมธ วิวัฒน์วิชา ,Pannawat

 

เรื่องที่น่าสนใจอื่นๆ

ตูน บอดี้สแลม …จากการเอาชนะตัวเองสู่การวิ่งเพื่อผู้อื่น

เปิดหน้ากากเมาท์ “อีกาดำ” สายร็อค

ปิดหน้ากากเมาท์ “ทุเรียน” ตะมุตะมิแมน

เปิดหน้ากากเมาท์ “จิงโจ้” แร็พเปอร์งงเด้ งงเด้

น้อย วงพรู หนุ่มหล่ออมตะ